แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เสนาดีเวลลอปเม้นท์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เสนาดีเวลลอปเม้นท์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เสนาฯ ผุด “เดอะนิชไพรด์ฯ” เจาะตลาดบนมียอดจองแล้ว 20%

        เสนาฯ เปิดตัวคอนโดหรู “เดอะนิช ไพรด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี” มูลค่า 2,200 ล้านบาท ชูจุดขาย “Unblock View” พร้อมติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปช่วยส่วนกลางประหยัดไฟ มั่นใจตอบโจทย์คนเมือง ฟุ้งมียอดจองแล้ว 20% ด้านไนท์แฟรงค์ฯ ราคาขายคอนโดฯ ย่านเพชรบุรี-รัชดา แตะ 111,000 บาทต่อ ตร.ม. เพิ่มจากปี 57 ถึง 28% ส่วนสุขุมวิทถึงพระโขนง ราคาเฉลี่ย 226,000 บาท ปรับตัวจากปีก่อน 50% 
       
       รศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการบริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (SENA) กล่าวว่า เสนาฯ เตรียมเปิดพรีเซลโครงการ “เดอะนิช ไพรด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี” ในวันที่ 8-9 ส.ค.นี้ โดยลูกค้าที่ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ และจองซื้อห้องชุดในงานรับส่วนลดทันที 100,000 บาท สำหรับการเปิดพรีเซลครั้งนี้บริษัทได้นำห้องชุดในสัดส่วน 60% ของห้องชุดทั้งหมด 667 ยูนิตมาเปิดขาย
       
       ทั้งนี้ โครงการ เดอะนิช ไพรด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี เป็นโครงการแรก และครั้งแรกทีเสนาฯ เข้ามาทำตลาดคอนโดมิเนียมในตลาดบนระดับนี้ในย่านใจกลางเมือง โดยโครงการดังกล่าวมีพื้นที่โครงการ 3 ไร่เศษ พัฒนาเป็นอาคารสูง 33 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 667 ยูนิต ขนาดห้องเริ่มต้นที่ 1 ห้องนอน 30 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.59 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 2,230 ล้านบาท ล่าสุด จากการเปิดขายแก่ลูกค้าวีไอพี และลูกค้าเก่าสามารถสร้างยอดจองซื้อแล้ว 20%
       
       “จุดขายของ เดอะนิช ไพรด์ฯ คือ การให้พื้นที่พักผ่อนมากถึง 1 ไร่ พร้อมสวนสวยขนาดใหญ่ นอกจากนี้ ผู้อยู่อาศัยยังทุกห้องยังสามารถชมวิวได้อย่างเสรีไม่ถูกปิดกั้น ด้วย Unblock View ซึ่งทุกห้องสามารถเปิดรับวิวธรรมชาติ และวิวเมือง นอกจากนี้ เสนาฯ ยังได้ทำการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ซึ่งช่วยผลิตกระแสไฟฟ้าส่งให้แก่นิติบุคคนอาคารชุดใช้ในการบริการพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อช่วยส่วนกลางประหยัดไฟด้วย”
       
       นายพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับระดับราคาคอนโดบริเวณถนนเพชรบุรี-รัชดา และย่านสุขุมวิท ไปจนถึงพระโขนง ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 58 ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนอุปทาน และราคา โดยคอนโดย่านสุขุมวิทถึงพระโขนง มีราคาเฉลี่ยสูงถึง 226,000 บาทต่อตารางเมตร โดยในปี 58 นี้ ราคาปรับเพิ่มสูงกว่าปี 57 ถึง 50% ขณะที่คอนโดบริเวณถนนเพชรบุรี-รัชดา มีราคาเฉลี่ยสูงถึง 111,000 บาทต่อตารางเมตร ในปี 58 ราคาปรับเพิ่มสูงกว่าปี 57 ถึง 28% สำหรับยอดขายโครงการเปิดใหม่ยังมีอัตราการขายที่ดีไม่ปรับตัวลดลง
       
       “ปกติแล้วอัตราการระบายออกของซัปพลายในทำเลนี้จะอยู่ที่ 60% ต่อปี โดยในครึ่งปีแรกนี้สามารถระบายออกไปแล้ว 30-36% เหลืออีกเพียง 30% ก็จะมีอัตราการระบายออกเป็นปกติ ซึ่งคาดว่าในช่วง 6 เดือนนี้ จะสามารถระบายออกไปตามเป้า”
       
       สำหรับตลาดในพื้นที่เพชรบุรี-รัชดา มีจำนวนหน่วยคอนโดที่เปิดขายโครงการตั้งแต่ปี 51 ถึงครึ่งแรกของปี 58 รวม 46,363 ยูนิต โดยครึ่งแรกของปีนี้มีจำนวนคอนโดเปิดใหม่ประมาณ 4,593 ยูนิต ระดับราคาขายปีนี้ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ราว 110,454 บาท ต่อ ตารางเมตร (ตร.ม.) ปรับขึ้นจากปีที่แล้ว 28% จากปี57 ที่มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 86,486 บาทต่อ ตร.ม.

Cr.http://manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9580000087980&Keyword=%a4%cd%b9%e2%b4

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เสนาเปิดตัว "เดอะนิช ไพรด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี" เริ่ม 2.59 ล้านบาท มั่นใจราคาขายเป็นต่อ

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการบริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (SENA) เปิดเผยว่า วันที่ 8-9 ส.ค.นี้ เสนาฯจะเปิดพรีเซลโครงการคอนโดมิเนียม "เดอะนิช ไพรด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี" มูลค่าโครงการ 2,230 ล้านบาท ทำเลริม ถ.เพชรบุรีห่างจาก ซ.ทองหล่อ 280 เมตร ราคาเริ่มต้น 2.59 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ 9.7 หมื่นบาท/ตร.ม. ถือเป็นจุดแข็งเมื่อเทียบกับราคาคอนโดฯในทำเลเดียวกัน นอกจากนี้ ผู้ซื้อที่ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ล่วงหน้าจะได้รับส่วนลดมูลค่า 1 แสนบาท

โดยโครงการเดอะนิช ไพรด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี มีพื้นที่ 3 ไร่ เป็นอาคารไฮท์ไรซ์ 33 ชั้น จำนวน 667 ยูนิต มีแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 30, 33 และ 34 ตร.ม. และแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 59 ตร.ม. ไฮไลต์อยู่ที่ทุกห้องถูกออกแบบให้มี Unblock View สามารถเปิดรับวิวเมืองได้ทั้งหมด, มีพื้นที่สีเขียวขนาด 1 ไร่, สระว่ายน้ำยาว 35 เมตร และโซลาร์รูฟท็อปบนดาดฟ้าโครงการที่ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าส่วนกลาง มีที่จอดรถ 42% จะเริ่มก่อสร้าง ก.ย.58 คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือน ก.ย.60
ด้านนายพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ตัวแทนจำหน่ายโครงการเดอะนิช ไพรด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี เปิดเผยว่า ระดับราคาคอนโดทำเล ถ.เพชรบุรี-รัชดาครึ่งปีแรกปรับตัวเพิ่มขึ้น 28% จากปี 2557 เดิมราคาเฉลี่ย 8.6 หมื่นบาท/ตร.ม. ขณะนี้ราคาเฉลี่ย 1.11 แสนบาท/ตร.ม. ส่วนยอดขายครึ่งปีแรกมี 30% จากจำนวนยูนิตเปิดใหม่ 4,593 ยูนิต ซึ่งปกติแล้วยอดขายทั้งปีจะมีสัดส่วนประมาณ 50-60% ของจำนวนยูนิตเปิดใหม่ ดังนั้นมองว่าตลาดทำเลนี้ยังอยู่ในสภาวะที่ดี


Cr.http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1438589924

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เสนาดีเวลลอปเม้นท์ COD โซลาร์รูฟ 0.75MW แล้ว รับรู้รายได้ทันที

เสนาดีเวลลอปเม้นท์ COD โซลาร์รูฟ 0.75MW แล้ว รับรู้รายได้ทันที
        เสนาดีเวลลอปเม้นท์ เปิดฉากรับรู้รายได้จากขุมทรัพย์ใหม่ ธุรกิจพลังงานทดแทน ที่จะทำให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืน ต่อยอดธุรกิจอสังหาฯ ล่าสุด โครงการโซลาร์รูฟท็อปในพื้นที่โกดังของบริษัท ขนาดกำลังการผลิต 0.75 เมกะวัตต์ ขายไฟเข้าระบบแล้ว!!! ในช่วงกลางเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา คาดรับรู้กำไรในปีนี้ 3 ล้านบาทก่อนขยับเป็น 6 ล้านบาท ในปี 59 เนื่องจากรับรู้รายได้ทั้งปี ด้านผู้บริหารหญิงแกร่ง “ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์” มั่นใจการขยายธุรกิจเข้าสู่พลังงานทดแทนช่วยผลักดันให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืน ต่อยอดธุรกิจอสังหาฯ
      
       ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการบริหาร บริษัทเสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (SENA) เปิดเผยว่า ในช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โครงการโซลาร์รูฟท็อป 750 กิโลวัตต์ ที่ติดตั้งบนหลังคาโกดังของบริษัทบริเวณถนนสุขุมวิท 50 ได้ขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ให้กับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะทำให้บริษัทมีกำไรเข้ามาทันทีในเดือนกรกฎาคม และทำให้มีกำไรจากธุรกิจพลังงานทดแทนในปีนี้ประมาณ 3 ล้านบาท ก่อนที่จะรับรู้รายได้เต็มที่ในปี 2559 โดยจะมีกำไรจากการขายไฟประมาณ 6 ล้านบาท/ปี
      
       “การเข้าสู่ธุรกิจพลังงานทดแทนของบริษัทถือเป็นการต่อยอดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และช่วยเพิ่ม Recurring Income ซึ่งถือเป็นการกระจายความเสี่ยงการลงทุน และทำให้ธุรกิจมีการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต” ผศ.ดร.เกษรา กล่าวก่อนหน้านี้ บริษัทได้ประกาศความร่วมมือกับ 2 พันธมิตรยักษ์ใหญ่ First Solar ผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ระดับโลกในสหรัฐอเมริกา และบริษัท ConfidanteCapital จำกัด ที่ปรึกษาทางการลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนด้านพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ประกาศเตรียมเข้าลงทุนธุรกิจโซลาร์รูฟ โดยตั้งเป้ากำลังการผลิต 5 เมกะวัตต์ ภายใน 12 เดือน
      
       ขณะเดียวกัน ยังได้ลงนามในสัญญาความร่วมมือธุรกิจกับบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของการลงทุน ภายหลังจากบอร์ดได้มอบหมายให้ฝ่ายบริหารไปศึกษาแนวทางในการขยายการลงทุนสู่ธุรกิจพลังงานทดแทน เพื่อต่อยอดธุรกิจ และ บี.กริม เพาเวอร์ ถือได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานชั้นนำของโลก ทำให้บริษัทตัดสินใจร่วมลงทุนธุรกิจ Solar Farm โปรเจกต์แรกร่วมกัทาง บี.กริม เพาเวอร์ และมั่นใจว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นการทำธุรกิจพลังงานทดแทนขนาดใหญ่ เพื่อสร้าง Economy of Scale นำไปสู่การเพิ่มมูลค่าให้บ้านในโครงการของเสนา ด้วย Solar Rooftop

Cr.http://manager.co.th/

วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เสนาดีเวลลอปเม้นท์ ผนึก 2 พันธมิตรระดับโลกลงสนามลุยธุรกิจโซลาร์ รูฟ


        เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จับมือ 2 พันธมิตรยักษ์ใหญ่ “First Solar-Confidante Capital” เตรียมเข้าลุยธุรกิจโซลาร์ รูฟ โดยตั้งเป้ากำลังการผลิตมาก 5 เมกะวัตต์ ภายใน 12 เดือน ผู้บริหารหญิงแกร่งเจ้าความคิด “ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์” มั่นใจช่วยเสริมศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ เปิดมิติใหม่สู่ธุรกิจพลังงานทดแทนในรูปแบบโซลาร์ รูฟ ซึ่งถือเป็นการต่อยอดธุรกิจหลักอย่างอสังหาริมทรัพย์ เพิ่มโอกาสในการขยายฐานรายได้ ทำให้บริษัทเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และยั่งยืนในอนาคต 
       
       ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการบริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA กล่าวในงานลงนามความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่าง SENA บริษัท Confidante Capital จำกัด ที่ปรึกษาทางการลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนด้านพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ และบริษัท First Solar จำกัด ผู้นำการผลิตโซลาร์เซลล์ยักษ์ใหญ่ของโลก จากประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า “การประกาศความร่วมมือระหว่าง SENA กับพันธมิตรในครั้งนี้ ถือเป็นมิติใหม่ในการต่อยอด และเป็นก้าวที่สำคัญในการเข้ารุกธุรกิจโซลาร์ รูฟ ซึ่งเป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมั่นใจว่าจะช่วยเสริมศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ และขยายฐานรายได้ให้แก่บริษัทให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้นในอนาคต”
       
       โดย SENA, ConfidenteCapital เจรจาร่วมทุนกันเพื่อดำเนินธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ โดยได้เซ็นสัญญาตกลงกับ First Solar ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายแผงโซล่าร์ชั้นนำ เพื่อขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดโซลาร์ รูฟ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญในเรื่องที่อยู่อาศัยของภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยของ SENA
       
       “SENA เป็นบริษัทมีประสบการณ์มายาวนานกว่า 30 ปี ถือเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับแนวหน้าของเมืองไทย การที่ SENA เตรียมเข้าลงทุนในธุรกิจโซลาร์ รูฟ ร่วมกับพันธมิตรในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดธุรกิจ เนื่องจากเราเป็นผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย มีหลังคาบ้านของลูกค้าที่จะใช้ในการติดตั้งโซลาร์ รูฟ ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่บ้านของลูกค้า เพราะทำให้เกิดรายได้อย่างต่อเนื่อง จากการขายไฟฟ้าให้กับภาครัฐ”
       
       “นอกจากนี้ เรายังมีบริการหลังการขาย 360 องศา ที่คอยให้ความช่วยเหลือลูกค้า พร้อมทั้ง SENA ยังพร้อมอำนวยความสะดวกในการหาแหล่งเงินทุนในการติดตั้งโซลาร์ รูฟ ให้ลูกค้าอีกด้วย” ผศ.ดร.เกษรา กล่าว
       
       ผศ.ดร.เกษรา กล่าวอีกว่า แนวคิดในการดำเนินธุรกิจต่อยอดดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งจะริเริ่มขึ้นมา แต่เป็นความตั้งใจที่เกิดจากปรัชญาของ “เสนาดีเวลอปเม้นท์” ที่ว่า “ความไว้วางใจจากลูกค้าคือความภูมิใจของเรา” และจากปรัชญานี้จึงเกิดพันธกิจที่สำคัญของบริษัทที่เรามีความตั้งใจในการสร้าง และดูแลให้บ้านเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าเพิ่มอย่างต่อเนื่องของลูกค้า สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่บ้านของลูกค้า ซึ่งการดำเนินการตามพันธกิจนี้หมายถึงการเริ่มตั้งแต่การดูแลครบ 360 องศาให้แก่บ้านของลูกค้า การเลือกซื้อที่ดิน เลือกที่ตั้งโครงการ และสภาพแวดล้อมโครงการของ SENA ด้วยเช่นกัน การติดตั้งโซลาร์ รูฟ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่สมาชิกในโครงการของ SENA เช่นกัน
       
       ทั้งนี้ การติดตั้งโซลาร์ รูฟ จะทำให้ SENA มีรายได้สม่ำเสมอเช่นเดียวกับธุรกิจเช่ารูปแบบอื่นๆ ของบริษัท ขณะที่ผู้ถือหุ้นก็จะได้ความเชื่อมั่นว่าบริษัทจะมีความเติบโตอย่างต่อเนื่อง และในช่วงที่ผ่านมา ได้เริ่มทำโซลาร์ รูฟ ในโครงการอสังหาฯของบริษัท โดยในปีนี้จะรับรู้กำไรพิเศษจากการขายไฟฟ้าของโครงการโซลาร์ รูฟ 750 กิโลวัตต์ ในช่วงไตรมาส 2/2558 โดยจะมีกำไรพิเศษเข้ามาประมาณ 6 ล้านบาทต่อปี ถือเป็นการเริ่มต้นของบริษัทในแง่การกระจายแหล่งที่มาของรายได้ และเพิ่มฐานรายได้ให้แก่บริษัทอีกช่องทางหนึ่ง
       
       “ในเบื้องต้น SENA อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าสู่ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับพันธมิตรทั้ง2 ราย ในรูปแบบการทำ Solar Roof กับโครงการบ้านแนวราบ และโดยตรงกับลูกค้ารายย่อย ทั้งนี้ ปัจจุบัน SENA มีโครงการบ้านแนวราบมาแล้วมากกว่า 100 โครงการ และมีแผนเปิดโครงการบ้านแนบราบใหม่เพิ่มขึ้นอีก 6 โครงการภายในปี 2558 นี้” ผศ.ดร.เกษรา กล่าว
       
       Mr.Won Hee Park, Director ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท เฟิร์สโซลาร์ จำกัด กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “ทางเฟิร์สโซลาร์มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมศึกษาความเป็นไปได้กับบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นการเริ่มต้นในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยเฟิร์สโซลาร์เป็นผู้ผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์ชั้นนำของโลกด้วยเทคโนโลยีแบบฟิล์มบาง ที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพบนต้นทุนพลังงานที่น้อยกว่า เมื่อเทียบกับแบบ crystalline silicon PV โดยเฟิร์สโซลาร์เป็นผู้ให้บริการครบวงจรในธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ PV (Photovoltaic) ทั้งนี้ เมื่อรวมปริมาณการผลิตทั่วโลก เฟิร์สโซลาร์มีการกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์กว่า 10 กิกะวัตต์ โดยเฟิร์สโซ่ลาร์เป็นผู้นำของระบบพลังงานทางเลือกที่ประหยัด และคุ้มค่าสูงสุดแก่ผู้บริโภค”
       
       นายโสภณ อัศวานุชิต ผู้บริหาร ConfidanteCapital ที่ปรึกษาด้านการลงทุนในธุรกิจพลังงานทางเลือก ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนในธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ มีความมั่นใจในการจับมือกันระหว่างพันธมิตรดังกล่าว จากศักยภาพการดำเนินธุรกิจของ SENA ในฐานะที่เป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ชั้นแนวหน้าของเมืองไทย ที่มีแผนเปิดโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง และมีประสบการณ์ธุรกิจมายาวนานกว่า 30 ปี ถือเป็นจุดแข็งในการดำเนินธุรกิจ และพันธมิตรอย่าง เฟิร์สโซลาร์ ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในระดับโลก และถูกเลือกใช้โดยบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกหลายบริษัท เช่น บริษัท Apple Inc และ Berkshire hatahway ของกลุ่ม Warren Buffet ให้เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง บริหาร และซ่อมบำรุงในโครงการโซลาร์ฟาร์มโทปาซ ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
       
       “ในนามของ Confidante Capital เราพร้อมอย่างเต็มที่ในจัดหาแหล่งระดมทุนให้กับ SENA เพื่อให้โครงการดังกล่าวเดินหน้าไปได้อย่างราบรื่น เพราะเชื่อมั่นในผู้ประกอบการทั้งสองฝ่าย ซึ่งต่างก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน แต่ถือเป็นการจับคู่ใหม่ทางธุรกิจที่ลงตัวมากที่สุด เพราะแต่ละฝ่ายต่างก็มีจุดแข็งที่โดดเด่น และสามารถนำมาผสมผสานกันได้อย่าลงตัวที่สุด” นายโสภณ กล่าว

Cr.http://manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9580000068003&Keyword=%cd%ca%d1%a7%cb%d2