แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2558

พลัสฯ เผยคอนโดฯ ใหม่ครึ่งปีแรกราคาเฉลี่ยพุ่ง 35%

ภูมิภักดิ์ จุลมณี
        เผยภาพรวมตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ครึ่งปีแรกเปิดตัวลดลง 21% สวนทางราคาเฉลี่ยพุ่งกว่า 35% เหตุโครงการเกิดใหม่ส่วนมากจับตลาดกลาง-บนมากขึ้น แจงอัตราระบายออกซัปพลายใหม่ 61% ใกล้เคียงกับครึ่งหลังปี 57 ซึ่งมีอัตราระบายออก 60% ชี้โซนฮอตขายดีสุด พระโขนง-อ่อนนุช, รัชดา-ลาดพร้าว และจตุจักร-บางซื่อ อัตราการขยายออกสูงถึง 87% มองตลาดครึ่งปีหลังคอนโดฯ ไม่หวือหวา ส่วนคอนโดฯ หรูยังคึกคักตามกำลังซื้อลูกค้าระดับบนที่ยังดีต่อเนื่อง
       
       นายภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ครึ่งแรกปี 58 ในกรุงเทพฯ มีคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ 44 โครงการ จำนวน 20,052 ยูนิต ลดลง 21% จากครึ่งหลังของปี 57 ซึ่งมีการเปิดตัว 56 โครงการ จำนวน 22,491 ยูนิต โดยดีมานด์ในครึ่งแรกของปีอยู่ที่ 12,165 ยูนิต หรือมีอัตราการระบายออก 61% ส่วนราคาเฉลี่ยของโครงการเปิดใหม่มีการปรับเพิ่มขึ้น 35% จาก 97,000 บาท/ตารางเมตร มาเป็น 131,000 บาท/ตารางเมตร โดยช่วงราคาขายที่ 100,000-200,000 บาทต่อตารางเมตร (ตร.ม.) มีอัตราการขายดีที่สุดถึง 84% รองลงมา คือ มากกว่า 200,000 บาทต่อ ตร.ม. มีอัตราการขายที่ 60% ส่วนระดับราคาต่ำกว่า 100,000 บาทต่อ ตร.ม. มีอัตราการขายน้อยที่สุดที่ 49%
       
       หากพิจารณาแบ่งตามพื้นที่ในแต่ละโซน จะพบโซนกรุงเทพฯ ชั้นกลาง เช่น พระโขนง-อ่อนนุช (ตอนต้น), รัชดา-ลาดพร้าว และจตุจักร-บางซื่อ ขายดีที่สุด ด้วยอัตราการขายสูงถึง 87% เนื่องจากเดินทางสะดวกมีรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดินพาดผ่าน ที่สำคัญราคาไม่สูงมากเหมือนโซนกรุงเทพฯ ชั้นใน มีตลาดเช่ารองรับอัตราผลตอบแทนจากการเช่าสูงกว่าโซนกรุงเทพฯ ชั้นใน ฐานลูกค้าไม่จำกัดเพราะมีทั้งลูกค้าที่ใช้เงินสด และเงินกู้ซื้อ เป็นผู้มีรายได้ และมีศักยภาพในการชำระหนี้ทำให้สถาบันทางการเงินยังคงสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อให้อย่างต่อเนื่อง รองลงมา คือ โซนกรุงเทพฯ ชั้นใน ได้แก่ พระราม 4-สีลม-สาทร ราชเทวี-พญาไท อโศก-เพชรบุรี และสุขุมวิทตอนต้น มีอัตราการขายที่ 60% ส่วนโซนกรุงเทพฯ ชั้นนอก เช่น บางนา ธนบุรี และ ดอนเมือง-มีนบุรี มีอัตราการขายที่ 46%
       
       อย่างไรก็ตาม ในส่วนของโครงการที่อยู่พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในแม้ไม่ได้มีอัตราการขายที่ดีที่สุด แต่มีหลายโครงการที่ประสบความสำเร็จขายหมดได้ภายในไม่กี่วันหลังเปิดขาย เช่น เดอะโมนูเมนต์ สนามเป้า ของแสนสิริ นิมิต หลังสวน ของเพซ ดีเวลลอปเมนท์ คลาส สยาม และแอชตัน เรสซิเดนซ์ 41 ของอนันดา ดีเวลลอปเมนท์ เป็นต้น ซึ่งประเมินได้ว่าสถานการณ์ตลาดคอนโดฯ หรูยังเติบโตได้ดี และเป็นที่ต้องการของตลาดอยู่
       
       ส่วนสาเหตุที่ทำให้อัตราการขายโดยรวมไม่สูงมากน่าจะมีสาเหตุมาจากบางโครงการที่เปิดขายมาแล้วสินค้าไม่ตรงต่อความต้องการของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นขนาดของห้องชุด การเลือกใช้วัสดุ หรือการออกแบบ หรือชื่อเสียงของผู้ประกอบการ เป็นต้น ทั้งนี้ สังเกตได้ว่าปัจจุบันผู้บริโภคมีความละเอียดมากขึ้นในการเลือกซื้อคอนโดมิเนียม ดังนั้น ผู้ประกอบการจะต้องทำการบ้านให้เป็นอย่างดีก่อนจะนำเสนอโครงการออกขาย หากทำแล้วตอบโจทย์ก็จะขายหมดโดยเร็วเหมือนอย่าง 4-5 โครงการข้างต้น
       
       นายภูมิภักดิ์ กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มของอสังหาฯ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมครึ่งปีหลัง คาดว่า ยังคงไปได้แต่ไม่หวือหวา เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศที่มีการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ตาม โครงการระดับราคาสูงน่าจะขายดีที่สุด เนื่องจากลูกค้ายังมีกำลังซื้อ และความต้องการเพิ่มต่อเนื่อง ตลอดจนเป็นการลงทุนระยะยาว และซื้อไว้เพื่อเป็นมรดก รวมถึงโครงการที่อยู่ในโซนนี้เริ่มหายากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มีความต้องการของการอยู่อาศัยจริง และการซื้อเก็บไว้ อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญคือ การออกแบบโครงการต้องสอดคล้องต่อความต้องการในแต่ละโซน เพราะโซนที่เป็นที่นิยมของการเช่า และโครงการที่เป็นที่นิยมของเจ้าของอยู่อาศัยเองจะมีรูปแบบที่แตกต่างกัน ถ้าผู้ประกอบการทำโครงการออกมาตอบโจทย์ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะประสบความสำเร็จ 

Cr.http://manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9580000088368&Keyword=%a4%cd%b9%e2%b4

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

พลัสฯ ชี้คอนโดฯ ไฮเอนด์คึกคักสวนกระแสเศรษฐกิจไตรมาส 1 เปิด 7 โครงการ 1,323 ยูนิต

พลัสฯ เผยเศรษฐกิจชะลอกระทบอสังหาฯ ระดับกลาง-ล่าง แต่ตลาดระดับบนยังไปได้สวย ลูกค้ายังมีกำลังซื้อแถมความต้องการเพิ่มต่อเนื่อง ชี้ผู้ประกอบการเริ่มหันมาชิงเค้กกลุ่มพรีเมียม หลังพบโครงการเปิดใหม่ปิดการขายได้เร็ว ไตรมาสแรกเปิด 7 โครงการ 1,323 ยูนิต คาดทองหล่อ พร้อมพงษ์ อโศก แนวโน้มดีมานด์-ซัปพลายพุ่ง
ภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ

       
       นายภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ภายหลังการชะลอตัวของเศรษฐกิจและสถานการณ์กดดันภายในประเทศในช่วงที่ผ่านมา ส่งให้กลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง-น้อยกำลังซื้อลดลง ส่งผลให้ภาคอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะความต้องการระดับกลางที่เริ่มได้รับผลกระทบตามไปด้วย ในขณะที่กลุ่มผู้มีรายได้สูง ยังคงมีกำลังซื้อตามปกติ และนิยมซื้อคอนโดมิเนียมเป็นที่อยู่อาศัยมากขึ้น ส่วนหนึ่งซื้อเพื่อปล่อยเช่าให้แก่ชาวต่างชาติในย่านธุรกิจ และซื้อเก็บไว้ให้ลูกหลานในทำเลใกล้บ้าน
       
       ดังนั้น ผู้ประกอบการหลายรายจึงเบนเข็มลงมาชิงส่วนแบ่งอุปสงค์ของลูกค้าระดับบนกันมากขึ้น จากก่อนหน้านี้มีผู้ประกอบการจับตลาดนี้อยู่เพียงไม่กี่ราย ซึ่งส่งผลให้อุปสงค์และอุปทานในตลาดคอนโดมิเนียมระดับบนเป็นกำลังซื้อสำคัญ แม้ในช่วงที่เศรษฐกิจถดถอย
       
       จากข้อมูลของฝ่ายวิจัยและพัฒนา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ฯ ที่ได้ทำการสำรวจตลาดคอนโดมิเนียมไฮเอนด์ (คอนโดมิเนียมราคาเฉลี่ย 200,000 บาท/ตารางเมตรขึ้นไป และมีพื้นที่ 50 ตารางเมตรขึ้นไป) ตั้งแต่กลางปี 2555 จนถึงไตรมาสแรกของปี 2558 พบว่า ตลาดคอนโดมิเนียมไฮเอนด์เริ่มตีตื้นกลุ่มราคาอื่นๆ ในตลาด ขยายส่วนแบ่งอุปทานเสนอขายได้สูงขึ้น โดยพบว่า มีอุปทานใหม่ในครึ่งปีหลัง 2556 ที่เป็นอุปทานคอนโดมิเนียมไฮเอนด์มีเพียง 1% เท่านั้น ส่วนในครึ่งปีหลัง 2557 เริ่มมีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นเป็น 3% แต่มาในปี 2558 เพียงแค่ช่วงไตรมาสแรก อุปทานคอนโดมิเนียมไฮเอนด์เข้ามาชิงส่วนแบ่งอุปทานใหม่เพิ่มเป็น 11% แล้ว สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในตลาดที่ค่อนข้างชัดเจน
       
       นายภูมิภักดิ์ กล่าวต่อว่า ไม่เพียงอุปสงค์ และอุปทานที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น ราคาของคอนโดมิเนียมระดับบนยังปรับตัวขึ้นค่อนข้างดี โดยช่วงครึ่งปีหลัง 2557 ที่ผ่านมา มีโครงการใหม่เปิดตัวเพียง 3 โครงการ รวม 1,371 ยูนิต หากพิจารณาทางด้านยอดขายพบว่า มีการตอบรับเป็นอย่างดี บางโครงการทำสถิติปิดการขายได้ภายในวันเดียว แนวโน้มการเปิดตัวโครงการใหม่ของคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ต่อเนื่องมาจนปี 2558 เริ่มเห็นการเติบโตของอุปทานใหม่อย่างคึกคัก เพียง 3 เดือนแรกของปี เปิดตัวแล้ว 7 โครงการ รวม 1,323 ยูนิต โดยมียอดขายเฉลี่ย 34 ยูนิตต่อเดือนต่อโครงการ ในขณะที่ราคาซื้อขายต่อยูนิต เริ่มขยับตัวสูงขึ้นถึง 34% ภายในระยะเวลา 3 ปี
       
       “จำนวนการตอบรับยังเติบโตต่อเนื่อง เช่นในปีนี้มีหลายโครงการโดดเด่น และเป็นตัวชี้วัดได้เป็นอย่างดีว่าอุปสงค์ในกลุ่มตลาดบนไม่มีวันตาย เช่น โครงการ Ashton Residence 41 ในย่านศูนย์กลางธุรกิจ สามารถปิดการขายได้ภายในวันเดียว โครงการ Nimit Langsuan และ The Diplomat 39 ยอดขายสูงเกือบจะเต็มจำนวน ล่าสุด กลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา The Monument Sanampao เปิดตัวเพียงวันเดียวสามารถปิดการขายได้ทั้งโครงการ จึงเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า ที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด จึงไม่น่าแปลกใจที่กลุ่มทุนหลายรายเข้าช่วงชิงเค้กก้อนเล็กชิ้นนี้มากขึ้น” นายภูมิภักดิ์ กล่าว
       
       ประเด็นสำคัญที่ทำให้ตลาดคอนโดมิเนียมระดับบนยังยืนหยัดอยู่ได้แม้ในช่วงสถานการณ์ต่างๆ ที่บั่นทอนกำลังซื้อ นอกจากทำเลที่ตั้งที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคแล้ว พื้นที่สีเขียวที่ให้อารมณ์เสมือนการพักผ่อนในบ้านเดี่ยวอันร่มรื่น และสิ่งอำนวยความสะดวก ความปลอดภัย และรูปแบบโครงการ รวมถึงขนาดห้องพักที่ค่อนข้างกว้างขวาง เป็นสิ่งสำคัญให้อุปสงค์ในตลาดนี้เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งมีกระแสตอบรับที่ดีทั้งกลุ่มผู้ซื้อชาวไทย และชาวต่างชาติ แนวโน้มความน่าสนใจของคอนโดมิเนียมระดับบนยังมีทิศทางขยายตัวอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ เช่น ทองหล่อ พร้อมพงษ์ อโศก คาดว่ามีอุปทานใหม่ระดับบนเตรียมรอเปิดตัวเช่นเดียวกัน และน่าจะขยายตัวออกจากพื้นที่ไข่แดงย่านศูนย์กลางธุรกิจเหล่านี้ ไปสู่พื้นที่ข้างเคียงที่มีศักยภาพไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน เช่น ทำเลใกล้พื้นที่สีเขียวที่เป็นแหล่งโอโซนธรรมชาติในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นทำเลที่น่าลงทุน และน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยให้แก่ผู้บริโภคในเวลานี้ 

Cr.http://manager.co.th/