แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิงห์ เอสเตท แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิงห์ เอสเตท แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

"สิงห์ฯ"ซื้อตึกซันพัฒนาที่ดินหมอชิต เล็งร่วมทุน"เสี่ยน้ำ"ฟื้นสัมปทาน63ไร่ผุดคอมเพล็กซ์ยักษ์2หมื่นล.


"สิงห์ เอสเตท" เดินหน้าช็อปกิจการไม่หยุด ทุ่ม 4.5 พันล้าน ซื้อตึกซันทาวเวอร์ส ของเสี่ยน้ำ มหฐิติรัฐ บุกตลาดสำนักงานเช่าเต็มสูบ ชี้ทำเล-จังหวะเหมาะ รองรับตลาดเออีซี สำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ ปีหน้าเล็งปรับค่าเช่าใหม่ จับตาผนึกซันเอสเตทฟื้นที่ดินหมอชิตเก่า 63 ไร่ หลังกรมธนารักษ์เปิดทางเจรจาสัมปทานพัฒนา 30 ปี ผุดสำนักงาน ที่อยู่อาศัย โรงแรม มูลค่า 2.5 หมื่นล้าน
นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เมื่อวันที่22 ก.ค. 2558 บริษัทได้เซ็นสัญญาซื้ออาคารซันทาวเวอร์ส ของบริษัท ซันทาวเวอร์ส จำกัด วงเงิน 4,500 ล้านบาท หลังใช้เวลาเจรจาร่วม 2 เดือน โดยผ่านบริษัท แม็กซ์ ฟิวเจอร์ จำกัด เพื่อเป็นการขยายฐานธุรกิจสู่ตลาดอาคารสำนักงานให้เช่า สร้างรายได้เพิ่มให้บริษัทในปี 2558 เนื่องจากอาคารซันทาวเวอร์สมีผู้เช่าเต็ม 96.5% มีรายได้เฉลี่ยกว่า 500 ล้านบาทต่อปี ทำให้บริษัทรับรู้รายได้ทันทีหลังรับโอนกิจการตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค.นี้

ทางลัดเพิ่มพอร์ตรายได้

จากปัจจุบัน บริษัทมีรายได้ 4 พันล้านต่อปี มาจากธุรกิจโรงแรม 2 แห่ง คือ สันติบุรี สมุย และพีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท ที่กระบี่ และบ้านของเนอวานาที่บริษัทซื้อโครงการมา ระหว่างช่วงที่โครงการใหม่ของบริษัท โครงการคอนโดมิเนียมสิงห์ คอมเพล็กซ์ อโศก-เพชรบุรีตัดใหม่ จะสร้างเสร็จและรับรู้รายได้อีก 2 ปีข้างหน้า

"ซันทาวเวอร์ส เป็นโครงการแรกที่บริษัทจะนำมาเป็นจุดเริ่มต้นรุกธุรกิจสำนักงานให้เช่า และช่วงนี้ก็เป็นจังหวะเหมาะที่จะรุกตลาดเพราะยังมีความต้องการอีกมาก ซึ่งในตลาดยังไม่มีซัพพลายใหม่ และราคาที่เราซื้อก็สมเหตุสมผล ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มกว่าที่จะซื้อที่ดินและสร้างตึกใหม่" นายนริศกล่าว

รองรับเออีซี-IHQ

ในอนาคตยังมี ต่างชาติที่จะเข้ามาตั้งสำนักงานอีกมาก หลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) รวมทั้งรองรับการส่งเสริมการจัดตั้งสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ (International Headquarters : IHQ) ตามที่รัฐบาลมีนโยบายอีกด้วย ซึ่งเมื่อความต้องการสูง ทำให้โอกาสที่จะเพิ่มค่าเช่าจะมีตามไปด้วย เพราะปัจจุบันค่าเช่าสำนักงานของประเทศไทยยังต่ำกว่าอีกหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์

สำหรับอาคารซันทาวเวอร์ส เป็นอาคารสำนักงานให้เช่าเกรดเอ มีพื้นที่ใช้สอย 122,965 ตร.ม. บนที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ (Freehold) เนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ ติดถนนวิภาวดีรังสิต นับเป็นทำเลที่ดีสำหรับกรุงเทพฯโซนเหนือ มีการคมนาคมที่สะดวก เป็นศูนย์กลางระบบขนส่งมวลชน รถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟฟ้าใต้ดิน

ค่าเช่า ตร.ม.ละ 400 บาท

ประกอบ ด้วย อาคารสำนักงาน 2 อาคาร คือ อาคารซันทาวเวอร์ส เอ สูง 33 ชั้น และอาคารซันทาวเวอร์ส บี สูง 41 ชั้น นอกจากเป็นพื้นที่สำนักงานแล้ว ยังมีห้องประชุม ฟิตเนสเซ็นเตอร์ ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ และส่วนที่เป็นพลาซ่า คือ Sun Plaza 1 พื้นที่ค้าปลีกให้เช่า นอกจากนี้ยังมีที่ดินเช่าเพิ่มเติม 8 ไร่ พื้นที่ใช้สอย 62,640 ตร.ม. พื้นที่ค้าปลีกภายใต้ชื่อ Sun Plaza 2 และลานจอดรถ มีที่จอดรถรวม 1,426 คัน ปัจจุบันอัตราค่าเช่าอยู่ที่กว่า 400 บาทต่อ ตร.ม.

"การลงทุนในซันทาวเวอร์สเพิ่มยังไม่มีช่วง 1 ปีนี้ แต่จะต้องทำแผนธุรกิจเชิงรุกแน่นอน หลังตลาดเปิดเสรีมากขึ้น"

เดินหน้าซื้อกิจการต่อเนื่อง

ส่วนครึ่งปีหลังยังเข้าซื้อกิจการหรือร่วมทุนอีก 3-4 ดีล โดยเป็นอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าทั้งหมด มีทั้งเซ็น MOU และเจรจา จะจบในปีนี้ทั้งหมด ถ้าเป็นไปตามแผนจะเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ของบริษัทจาก 1 หมื่นล้านบาท เป็น 2 หมื่นล้านบาท

"ปี 58 ใช้เงินกว่า 2 หมื่นล้านบาทซื้อกิจการ ปี"59 มีแผนซื้ออีก 6-7 ดีล มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท จะทำให้ธุรกิจเติบโตเร็วช่วง 3 ปีนี้ ระหว่างรอรับรู้รายได้จากโครงการที่พักอาศัยที่กำลังสร้างในปี"60-62 ตั้งเป้าใน 5 ปีจะมีรายได้รวม 2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นอสังหาฯขายขาด 60% และอสังหาฯให้เช่า 40%"

สิ้น ก.ค.นี้จะเปิดตัวคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ที่ลานเบียร์สิงห์เดิม บน ถ.อโศก สูง 55 ชั้น ราคาเริ่มต้น ตร.ม.ละ 2 แสนบาท 420 ยูนิต ขนาด 1-3 ห้องนอน ปีหน้าจะมีโครงการบ้านเดี่ยวบน ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม มูลค่ากว่า 3,500 ล้านบาท ราคา 50 ล้านบาท/ยูนิต ภายใต้แบรนด์ใหม่ของสิงห์ แยกจากเนอวานา และมีคอนโดฯ3 โครงการ มูลค่าโครงการละ 2,500-3,000 ล้านบาท ทำเลแนวรถไฟฟ้าทั้งเขตซีบีดีและนอกเขตซีบีดี รวมถึงหัวเมืองต่างจังหวัด อยู่ระหว่างจัดซื้อที่ดินหรืออาจเป็นที่ดินเดิมของเครือบุญรอดเอง

"สำหรับ บริษัท เนอวานาฯ เราเข้าถือหุ้น 51% เมื่อ เม.ย. หลังปี"59 จะแบ่งเซ็กเมนต์ตลาดกับสิงห์ฯชัดเจน คือ เราจะพัฒนาเฉพาะแนวสูง เนอวานาพัฒนาแนวราบ เน้นตลาดกลางบน-ไฮเอนด์ ครึ่งปีหลังนี้จะเปิด 4 โครงการ คือ 1) Beyond S พระราม 2 2) Beyond S เกษตร-นวมินทร์ 3) Beyond เกษตร-นวมินทร์เฟส 2 และ 4) @Work แจ้งวัฒนะ-รามอินทรา กว่า 500 ยูนิต 6,100 ล้านบาท จะผลักดันยอดขายเนอวานาได้ตามเป้าปี"58 จำนวน 2,800 ล้านบาท จากยอดขายครึ่งปีแรก 1,000 ล้านบาท จาก 11 โครงการ"

เล็งปักหมุดที่ดินหมอชิตเก่า

ทั้งนี้ นายนริศยอมรับว่าการซื้ออาคารซันทาวเวอร์สนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีกับ นายน้ำ มหฐิติรัฐ เจ้าของบริษัท ซันทาวเวอร์สจำกัด และในอนาคตอาจจะร่วมกันพัฒนาธุรกิจ อาจจะรวมถึงโครงการพัฒนาที่ดินบริเวณหมอชิตเก่า เนื้อที่ 63 ไร่ ที่บริษัท บางกอกเทอร์มินอล จำกัด ได้รับสัมปทานพัฒนาโครงการจากกรมธนารักษ์

"เป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์กับคุณน้ำ อนาคตหากมีอะไรจะร่วมกันได้คงจะมาคุยกัน ที่ดินหมอชิตก็เป็นจุดหนึ่งที่เราสนใจ แต่ขึ้นอยู่กับโอกาส ถ้าเป็นประโยชน์ต่อบริษัทและผู้ถือหุ้น บริษัทจะพิจารณาแน่นอน"

ธนารักษ์เดินหน้าพัฒนาโครงการ 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับการพัฒนาที่ราชพัสดุบริเวณหมอชิต ล่าสุดกรมธนารักษ์ได้เจรจากับบริษัท บางกอกเทอร์มินอล จำกัด (BKT) หรือซันเอสเตทเดิม ที่ชนะประมูลแต่แรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อจากนี้จะเป็นการเจรจามูลค่าและผลตอบแทนโครงการ โดยมี นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เมื่อได้ข้อสรุปจะนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติต่อไป และคาดว่าจะเริ่มต้นโครงการได้ภายในปีนี้

หลังจากบริษัทยืนยันจะพัฒนาที่ดินแปลงนี้ต่ออีก 30 ปี โดยรูปแบบที่บริษัทนำเสนอมาหลังปรับปรุงตามผังเมืองรวม กทม. ที่ปรับลดการใช้ประโยชน์ที่ดิน พื้นที่อาคารรวมต่อที่ดิน หรือ FAR อยู่ที่ 8 : 1 จากเดิม 10 : 1 โครงการพัฒนามีพื้นที่ใช้สอยรวม 712,350 ตร.ม. มูลค่าโครงการ 25,000 ล้านบาท แยกเป็น พื้นที่ชดเชย 89,600 ตร.ม. ได้แก่ สถานีขนส่ง พื้นที่ใช้สอยราชการ ที่จอดรถราชการ และพื้นที่เชิงพาณิชย์ 662,750 ตร.ม. มีการพัฒนาครบทั้งอาคารสำนักงาน โรงแรม พื้นที่พาณิชย์ ที่อยู่อาศัย (เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์) และที่จอดรถ

วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

เปิดแผนกลุ่มทุน "ภิรมย์ภักดี" "สิงห์"ผงาดลงทุนอสังหา "คอนโด-รร.-ห้าง"ครบวงจร

เปิดแผนกลุ่มทุน "ภิรมย์ภักดี" ลุยอสังหาฯเต็มตัว วางโมเดลสร้างองค์กรมืออาชีพ ชูแบรนด์ "สิงห์ เอสเตท" เจาะตลาดพรีเมี่ยม โตก้าวกระโดด 2 หมื่นล้านใน 5 ปี ลงทุนครบวงจร คอนโด โรงแรม ไลฟ์สไตล์มอลล์ นิคมอุตฯ ซุ่มขอร่วมทุน "สยามฟิวเจอร์" ผนึกเอเย่นต์พลิกที่ดินบูมจัดสรรทั่วประเทศ ขึ้น 3 โครงการแนวรถไฟฟ้า เตรียมผุดอภิมหาโปรเจ็กต์ย่านอโศก
เปิดแผนกลุ่มทุน "ภิรมย์ภักดี" "สิงห์"ผงาดลงทุนอสังหา "
คอนโด-รร.-ห้าง"ครบวงจร
นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์พิเศษ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า "สิงห์ เอสเตท" ถือเป็นแบรนด์ใหม่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ที่แตกไลน์มาจากกลุ่มบุญรอดบริวเวอรี่ ของตระกูล "ภิรมย์ภักดี" เจ้าของเบียร์สิงห์และลีโอ

"เราเป็นน้องใหม่ของวงการ แต่แผนงานและแนวทางวางไว้ชัดเจน ภายใน 5 ปีแบรนด์นี้จะขึ้นอยู่ในระดับท็อปไฟฟ์"

ซึ่งเน้นกลยุทธ์ใช้ "จุดแข็ง" ของธุรกิจมาช่วยต่อยอด ทั้งเงินทุน ชื่อเสียง ประสบการณ์ พันธมิตร เครือข่ายเอเย่นต์ และต้นทุนจากที่ดินเก่าหรือแลนด์แบงก์ทั่วประเทศเป็นตัวขับเคลื่อน ภายใต้การบริหารจัดการของ "มืออาชีพ" โดยมีนายนริศนั่งตำแหน่งซีอีโอคนแรก

อดีตขุนพลด้านการเงินของยักษ์ค้าปลีก กลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา หรือ CPN ดีกรีนักบัญชีวัย 53 ปี กล่าวถึงการตัดสินใจย้ายข้ามห้วยมารับตำแหน่งนี้ แบบทีเล่นทีจริงว่า "เป็นเพราะฟ้าสั่งมา"

"จริงๆ แล้วผมได้รับการทาบทามจากคุณชญานิน เทพาคำ ผู้บริหารกลุ่มบุญรอด และเป็นจังหวะที่ซีพีเอ็นมีการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ จึงคิดทำอะไรใหม่ ๆ ที่ท้าทาย เลยตกปากรับคำมาสร้างโมเดลใหม่แบรนด์ใหม่ที่นี่" นายนริศกล่าวและยอมรับว่า

"ตลอดหนึ่งปีในตำแหน่งนี้ถือว่าเป็นงานที่สนุกและท้าทายที่สุด เป็นอีกช่วงของชีวิตที่น่าจดจำ คือต้องคิดและทำทุกอย่างให้ธุรกิจเติบโตในระยะยาวแบบมืออาชีพ"

เป็นไปตามนโยบายของนายสันติ ภิรมย์ภักดี ประธานบริษัท ที่ต้องการให้ธุรกิจใหม่โตอย่างมีคุณภาพ มีธรรมาภิบาล เช่นเดียวกับ "บุญรอดบริวเวอรี่" ที่สร้างชื่อเสียงมาอย่างยาวนานถึง 80 ปี ฉะนั้นอสังหาฯแบรนด์สิงห์จะต้องมีคุณภาพและบริการที่ดี ไม่ทำให้ผู้บริโภคผิดหวัง จากกระแสโซเชียลมีเดีย เป็นช่องทางหนึ่งที่ต้องระมัดระวังและให้ความสำคัญ

"ที่สำคัญทางครอบครัวภิรมย์ภักดียินดีให้การสนับสนุนและกำหนดทิศทางในฐานะบอร์ดบริษัท แต่จะไม่เข้ามาแตะเรื่องการบริหาร จะให้มืออาชีพทำหน้าที่เต็มที่ เพื่อให้องค์กรใหม่เป็นบริษัทมหาชนจริง ๆ"

ภายใต้โจทย์ ใน 5 ปี ต้องมียอดขาย 20,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 20% ของรายได้รวมกลุ่มบุญรอดที่มีมูลค่ารวม 1 แสนล้านบาทต่อปี ขณะที่ "แลนด์แบงก์" ของกลุ่มสิงห์ฯที่มีอยู่ทั่วประเทศ เฉพาะแปลงใหญ่ ๆ อาทิ เชียงราย ใกล้วัดร่องขุ่น ประมาณ 10,000 ไร่ ขอนแก่น 10,000 ไร่ หัวหิน (ฝั่งวิวภูเขา) 10,000 ไร่ และเกาะสมุยอีกจำนวนมาก

นายนริศกล่าวว่า ในฐานะน้องใหม่จึงต้องคิดหนักว่าจะทำอย่างไรให้ธุรกิจแตกต่างจากคู่แข่ง จากประสบการณ์อสังหาฯแต่ละเซ็กเมนต์ก็มีเจ้าตลาดอยู่แล้ว อาทิ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์, แสนสิริ, เอพี, พฤกษา เรียลเอสเตท, แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ ฯลฯ แต่ละผู้ประกอบการก็มีความโดดเด่นแตกต่างกันไป

"อย่างแลนด์ฯก็มีแนวทางชัดเจน และได้รับการยอมรับทั้งผู้บริโภคและนักลงทุน เช่นเดียวกับกลุ่มซีพีเอ็นที่เด่นเรื่องรีเทล"

ดังนั้น นโยบายการพัฒนาโครงการของสิงห์ฯจะเน้นทำครบทุกเซ็กเตอร์ ทั้งบ้าน คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงานให้เช่า โรงแรม ไลฟ์สไตล์มอลล์ และนิคมอุตสาหกรรม แต่มีเซ็กเมนต์ชัดเจนคือเน้นตลาดกลางขึ้นบน

"เราจะเลือกพัฒนาเฉพาะโครงการที่มีคุณภาพ เน้นระดับพรีเมี่ยม ส่วนตลาดกลางลงล่างที่จับลูกค้าแมส แล้วเน้นเรื่องต้นทุนต่ำ เราจะไม่ทำ เพราะจะสร้างความแตกต่างจากโครงการอื่นๆยาก"

นายนริศย้ำว่า กลยุทธ์หลักบริษัทจะเน้นเรื่องพันธมิตรคือจะเข้าไปร่วมทุนทำธุรกิจ ก่อนหน้านี้เข้าไปถือหุ้น 51% ในบริษัท เนอวานา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ร่วมพัฒนาโครงการบ้านระดับไฮเอนด์อนาคตอันใกล้จะมีพันธมิตรใหม่เพิ่มเข้ามา โดยเราไม่ได้ปิดกั้น

ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากัน 2-3 ราย ล่าสุดเพิ่งได้ชาวต่างชาติที่เป็นมืออาชีพด้านธุรกิจโรงแรม ซึ่งเตรียมจะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ โดยเซ็นบันทึกข้อตกลงหรือเอ็มโอยูร่วมกัน พร้อมทีมงานด้านการทำตลาด และการขายห้องพัก อนาคตกลุ่มสิงห์ฯน่าจะมีโรงแรมในพอร์ตร่วม 20 แห่ง และต้องมีพนักงานร่วม 5,000 คน

สเต็ปการลงทุนช่วง 5 ปีนับจากนี้ จะให้น้ำหนักธุรกิจโรงแรมเป็นหลัก รองลงมาคือ อาคารสำนักงานให้เช่า และที่อยู่อาศัย ส่วนนิคมอุตสาหกรรมคงต้องรออีก 2-3 ปี ขณะที่การพัฒนาไลฟ์สไตล์มอลล์นั้นขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาส

"เรากำลังศึกษารูปแบบ เพราะถ้าทำมอลล์ก็ต้องไม่เหมือนรายอื่น เพราะธุรกิจนี้แข่งขันสูง มีผู้เล่นเยอะ อย่างไรก็ตาม บริษัทจะไม่ลงทุนพัฒนาศูนย์การค้าขนาดใหญ่แบบเซ็นทรัลแน่นอน"

ล่าสุด สิงห์ เอสเตท ได้ซื้อที่ดินทำเลดีอีก 3 แปลง คือ 1.ที่ดินริมถนนรัตนาธิเบศร์ ติดรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีบางรักใหญ่ ก่อนถึงแยกบางพลู เนื้อที่ 3-4 ไร่ เพิ่งซื้อเมื่อ 6 เดือนก่อน 2.ที่ดินแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ติดศูนย์การค้าเซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ และ 3.ที่ดินติดสิงห์เบียร์เฮ้าส์ อโศก เกือบ 1 ไร่ ซื้อมาราคาตารางวาละ 7-8 แสนบาท

ถือว่าแพงมากแต่จำเป็น เพื่อเชื่อมกับที่ดินเก่าที่มีอยู่ 1 ไร่ครึ่ง รวมเป็นประมาณ 2 ไร่ เพื่อพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ ทั้ง 3 แปลงเตรียมพัฒนาเป็นคอนโดฯ ส่วนโครงการแรกที่จะเปิดตัวก่อนคือ ทำเลตรงเบียร์สิงห์เฮ้าส์ ย่านอโศก เยื้อง ๆ แกรมมี่ การออกแบบคืบหน้าไปมากแล้ว จะเปิดตัวเดือนกันยายนปีนี้

ถือเป็นโครงการระดับซูเปอร์ลักเซอรี่ ราคาขายตารางเมตรละ 2 แสนบาทขึ้นไป

ถือเป็นโปรเจ็กต์นำร่องที่เน้นดีไซน์และจุดขายที่แตกต่าง หวังสร้างการจดจำให้กับแบรนด์สิงห์ เอสเตท

ส่วนที่ดิน 2 แปลงติดแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง จะเปิดตัวโครงการปีหน้า

คอนเซ็ปต์เป็นโครงการคุณภาพระดับพรีเมี่ยม แต่ขยับเซ็กเมนต์ลงมาเจาะกลุ่มชนชั้นกลางที่ต้องการอยู่คอนโดฯ ที่มีสภาพแวดล้อมที่ดี เน้นใช้วัสดุคุณภาพ แต่ราคาเอื้อมถึง วิเคราะห์ว่ามีดีมานด์อยู่พอสมควร และไม่กังวลเรื่องซัพพลายคอนโดฯล้นตลาด เพราะได้ออกแบบโครงการให้ตรงความต้องการของลูกค้าเป้าหมาย

"ทั้ง 2 แปลงถ้าพัฒนาแล้ว น่าจะมีมูลค่าขายโครงการละ 2 พันล้านบาท เป็นตลาดระดับกลาง เน้นเกรดพรีเมี่ยม ส่วนตัวเชื่อว่าถ้าโครงการดี อาจแพงหน่อยแต่ไม่แพงมาก ก็มีคนพร้อมจะจ่าย ส่วนคอนโดฯที่อโศกน่าจะมีมูลค่าขายกว่า 4 พันล้านบาท ภาวะโอเวอร์ซัพพลายขณะนี้ยังไม่น่าเป็นห่วง เพราะสิ่งที่เป็นตัวชี้วัดคือดีมานด์ ถ้าทำเลดี ดีไซน์สวย ตรงกลุ่มเป้าหมาย แม้ซัพพลายจะมาก แต่เชื่อว่าขายได้แน่"

ส่วนการรุกตลาดต่างจังหวัดนั้น นายนริศกล่าวว่า จะเดินหน้าไปพร้อมกันโดยใช้จุดแข็งกลุ่มบุญรอดที่มีเอเย่นต์ขายเบียร์อยู่ทั่วประเทศ ล่าสุดเจรจากับเอเย่นต์บ้างแล้ว ในรายที่มีที่ดินทำเลดีสามารถพัฒนาโครงการได้ทันที

"ขณะนี้เจรจากันอยู่ 2-3 รายในต่างจังหวัด คิดจะทำบ้านจัดสรร มองว่าสไตล์บ้านของเนอวานาฯน่าจะไปได้ เพราะต่างจังหวัดยังไม่มีบ้านสไตล์โมเดิร์นที่แตกต่าง ส่วนใหญ่พัฒนาบ้านที่มีหลังคารูปทรงปั้นหยา

จากกระแสข่าว บมจ.สิงห์ เอสเตท กำลังเจรจาร่วมทุนกับ บมจ.สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเมนท์ (SF) นายนริศยอมรับว่าคุยกันจริง แต่เป็นเรื่องปกติของธุรกิจ เพราะส่วนตัวมีความสนิทสนมกับนายวิชา พูลวรลักษณ์ ซีอีโอ บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในเอสเอฟ

"ทางเซ็นทรัลพัฒนาก็คุยกัน ถือว่าคุยกันหมด ถามว่าเรามีโอกาสร่วมทุนกันหรือไม่ ตอนนี้ผมไม่สามารถตอบได้ แต่ก็ยังไม่คืบหน้าอะไรมาก" นายนริศกล่าวยิ้ม ๆ

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีดารานักแสดงชื่อดัง "นุ่น-วรนุช วงษ์สวรรค์" สะใภ้ของกลุ่มบุญรอดฯ ที่ทำธุรกิจเรียลเอสเตทนั้น ทางสิงห์ฯได้เข้าบริหารหรือซื้อกิจการด้วยหรือไม่ นายนริศกล่าวชัดเจนว่า "ไม่เกี่ยวกัน เพราะโครงการของคุณนุ่นเป็นธุรกิจส่วนตัว ทำด้วยความชอบมากกว่า ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับทางบุญรอดฯ แต่เผอิญคุณนุ่นแต่งงานกับคุณต๊อด ทายาทเบียร์สิงห์ ฉะนั้น สิงห์ เอสเตท ไม่คิดเทกโอเวอร์เลย"