แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทาวน์โฮม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทาวน์โฮม แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2558

อ่านเกม "GOLD" สู่ GOAL ท้าชิงอันดับ 2 บัลลังก์ทาวน์โฮม

สัมภาษณ์
โกลเด้นแลนด์ เรสซิเดนซ์ กรุ๊ป ในเครือ บมจ.แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้หรือ GOLD มีผู้บริหารเลือดใหม่เข้ามาช่วยเติมเต็มทีมงาน ดีกรีอดีตผู้บริหารลูกหม้อของค่ายควอลิตี้เฮ้าส์ ได้รับความไว้วางใจดูแลตลาดทาวน์เฮาส์ ล่าสุดเพิ่งประกาศเป้าหมายไต่เพดานบินจากปัจจุบันอยู่อันดับ 6 ของตาราง ขยับขึ้นสู่อันดับ 2 ภายในปีหน้า "ประชาชาติธุรกิจ" สัมภาษณ์ "คุณจ๊อบ-ภวรัญชน์ อุดมศิริ" ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ในฐานะคีย์แมนผู้ดูแลโปรเจ็กต์ทาวน์โฮมแบรนด์โกลเด้นซีรีส์ทั้งหมดที่มีกว่า 5 แบรนด์


- ตลาดทาวน์โฮมครึ่งปีแรก

ผมดูแลแนวราบ 5 แบรนด์ มีบ้านเดี่ยวแบรนด์โกลเด้น เลเจนด์, โกลเด้น เพรสทีจ และโกลเด้นวิลเลจ สำหรับมิกซ์ยูสคือมีบ้านเดี่ยวผสมทาวน์เฮาส์ ใช้แบรนด์โกลเด้น อเวนิว และตลาดทาวน์เฮาส์เลยก็จะมีโกลเด้นทาวน์

โฟกัสเฉพาะสินค้าทาวน์โฮม ยอดขายปี"57 มี 2,800 ล้านบาท ปีนี้ตั้งเป้าสูงขึ้นเป็น 5,000 ล้านบาท หลังจากเปิดตัวแบรนด์โกลเด้น ทาวน์ ตั้งแต่ปีที่แล้ว มี 4 โครงการ ปิดยอดขาย 70-80% ถือว่าผลตอบรับดี ปีนี้มีแผนเปิดตัวใหม่อีก 8 โครงการ ช่วงครึ่งปีแรกเปิดแล้ว 2 ทำเล ที่สุขสวัสดิ์-พุทธบูชา ยอดขาย 90% ทำเลที่ 3 งามวงศ์วาน-ประชาชื่น จองเต็มแล้ว 100%

ภาพรวมทาวน์โฮม ถ้าวัดจากยอดโอนกรรมสิทธิ์ 5 ไตรมาสที่ผ่านมา(Q1/57-Q1/58) จะเห็นว่าอยู่ในเทรนด์ขาลง ดูจาก Q1/57 มียอดโอนมูลค่า 4.2 หมื่นล้านบาท ลดลงมาตลอด ล่าสุด Q1/58 เหลือ 3.1 หมื่นล้านบาท แต่โกลด์มองว่าเราสามารถดึงส่วนแบ่งตลาดทาวน์โฮมมาได้ เพราะมีความเชี่ยวชาญโปรดักต์และรู้จักลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างดี ผลงานก็ยืนยันอย่างนั้นเพราะทำรายได้สวนกระแสตลาด

กลยุทธ์พัฒนาโครงการของบริษัท เน้นทำเล บางโครงการแม้จะอยู่ในซอยแคบ แต่ต้องเข้า-ออกได้หลายทาง ราคาสมเหตุสมผลลูกค้าเข้าถึงได้ ที่สำคัญคือมีฟังก์ชั่นมากกว่าคู่แข่ง เช่น ออกแบบบ้านให้มี 4 ห้องนอน การลงเสาเข็มพื้นหลังบ้าน รองรับลูกค้าอยู่อาศัยแล้วมักจะต่อเติมครัวไทยอยู่หลังบ้าน เราก็ทำเตรียมไว้ให้เลย เพิ่มฟังก์ชั่นห้องพระ ผมมั่นใจว่าเป็นจุดขายใหม่ และน่าจะมีส่วนสำคัญที่ทำให้ทำเลงามวงศ์วาน-ประชาชื่น ปิดการขายได้ภายในวันเดียว (ยิ้ม)

ความสำเร็จโกลเด้นทาวน์ วัดได้จากสถิติ สิ้นปี"57 มียอดโอน 1,458 ล้านบาทเป็นอันดับ 6 ของตลาด ล่าสุดไตรมาส 1/58 มียอดโอน 624 ล้านบาท ขยับขึ้นเป็นอันดับ 4 ดังนั้นปี 2559 เชื่อว่าจะสามารถเติบโตขึ้นเป็นอันดับ 2 ได้ โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ 5,000 ล้านบาท เป็นรองเพียงบริษัทพฤกษาฯ ซึ่งถือเป็นผู้นำตลาดเพราะทำโปรดักต์ทาวน์เฮาส์มานาน 20 ปี

- แนวโน้มครึ่งปีหลัง

มองในภาพรวม เศรษฐกิจภาพใหญ่เป็นตัวแปรหลัก การปรับลดคาดการณ์การขยายตัวเศรษฐกิจหรือจีดีพีประเทศของหลายสำนักวิเคราะห์จนเหลือประมาณ 3.5% ณ ตอนช่วงกลางปี ยังไม่แน่ว่าถึงช่วงปลายปีจะดีขึ้นหรือแย่ลง แต่มองจากประสบการณ์ยังไม่เห็นปัจจัยที่จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ผู้ประกอบการน่าจะต้องทำธุรกิจแบบประคองตัว เพราะกังวลว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะซึมลงเรื่อย ๆ

ยิ่งไตรมาส 3/58 มองแนวโน้มว่าจะตกต่ำลง เพราะปีนี้มีปัญหาภัยแล้งเป็นประเด็นใหญ่ การหมุนเวียนของวงจรเศรษฐกิจสะดุดลง และคนห่วงเรื่องไม่มีน้ำประปาใช้ มองว่าการตัดสินใจซื้อบ้านน่าจะเกิดความเชื่อมโยงกับเรื่องนี้ ในฝั่งผู้ประกอบการน่าจะแข่งขันกันรุนแรง แนวโน้มโปรโมชั่นจะเป็นสิทธิประโยชน์ด้านการเงิน เช่น ฟรีค่าโอน ค่าจดจำนอง ฟรีค่าส่วนกลาง อยู่ฟรี 1 ปี เพราะลูกค้าขาดสภาพคล่อง

ถามผมว่าอยากจะแนะนำรัฐบาลอะไรบ้าง หากจะมีมาตรการกระตุ้นอสังหาฯได้ก็น่าจะดี เช่น ลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนอง ช่วยได้เยอะมากสำหรับผู้บริโภคตลาดกลาง-ล่าง


ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ธนาพัฒน์ฯ แย้มทุนนอกรุมจีบร่วมลงทุนอสังหาฯ


ทรรศวรรณ ปรีดาวิภาต
ธนาพัฒน์ฯ เผยทุนนอกจีบร่วมลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาฯ คาดเจรจาจบเร็วๆ นี้ ชี้เพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน ตั้งเป้าพัฒนาโครงการมูลค่า 3-5 พันล้านบาท ชี้อสังหาฯ ครึ่งปีหลังยังไม่กระเตื้อง เหตุเศรษฐกิจฟื้นตัวช้าหนี้ครัวเรือนสูง เตรียมเปิดตัว 2-3 โครงการใหม่ มูลค่ากว่า 2 พันล้านปีหน้า 
       
       น.ส.ทรรศวรรณ ปรีดาวิภาต ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการ บริษัท ธนาพัฒน์ พร็อพเพอร์ตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากกระแสการร่วมทุน ซื้อกิจการทั้งจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ และกลุ่มนักลงทุนชาวไทยในช่วงที่ผ่านมา ไม่เว้นแม้แต่ธนาพัฒน์เองที่กลุ่มทุนต่างชาติเจรจาเพื่อขอร่วมลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้
       
       แม้ว่าการร่วมทุนจะทำให้บริษัทมีศักยภาพในการลงทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันนำไปสู่การเติบโตได้รวดเร็วขึ้น แต่บริษัทยังคงมีนโยบายดำเนินธุรกิจแบบระมัดระวัง สร้างการเติบโตแบบมั่นคง และยั่งยืน โดยตั้งเป้าภายใน 3-5 ปี จะสามารถพัฒนาโครงการมูลค่าไม่น้อยกว่า 3,000-5,000 ล้านบาทต่อปี
       
       น.ส.ทรรศวรรณ กล่าวต่อว่า สำหรับภาพรวมธุรกิจอสังหาฯ ในครึ่งปีหลังแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้นมากนัก เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ทั้งการฟื้นตัวเศรษฐกิจที่ยังช้า ตัวเลขหนี้ครัวเรือนสูง อัตราการปล่อยสินเชื่อจากสถาบันการเงินยังค่อนข้างต่ำ และราคาที่อยู่อาศัยปรับตัวขึ้นตามกลไกราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะที่ดินแนวรถไฟฟ้า ส่งผลให้ต้นทุนราคาที่ดินที่สูง ทำให้กำลังซื้อวิ่งตามไม่ทันต่อราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก จึงทำให้ผู้ประกอบการอย่างต้องระมัดระวังในเรื่องของการลงทุน
       
       “ที่ผ่านมา มีบางโครงการที่เปิดตัว และสามารถปิดยอดขายได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็วนั้น คงต้องไปลุ้นกันอีกครั้งตอนโอนกรรมสิทธิ์ว่าจะเป็นเรียล ดีมานด์ที่แท้จริงหรือไม่ หรือเป็นนักลงทุน แต่ถ้ามีสัดส่วนของการเก็งกำไรมากก็น่าเป็นห่วง เชื่อว่าปัจจุบันความต้องการในเรื่องที่อยู่อาศัยยังมีอยู่มาก สะท้อนจากตัวเลขยอดการเยี่ยมชมของโครงการที่สูง แต่การตัดสินใจนานขึ้น เลือกมากขึ้น บริษัทจึงได้นำแคมเปญ 3 ถูกมาใช้ คือ “ถูกทำเล ถูกใจ และถูกราคา”
       
       น.ส.ทรรศวรรณ กล่าวต่อว่า สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา มียอดขายแล้ว 300 ล้านบาท โดยคาดว่าทั้งปีจะมียอดขายราว 800-900 ล้านบาท ส่วนแผนการดำเนินงานของบริษัทในครึ่งปีหลังนี้ ถึงต้นปี 2559 คาดว่าจะมีการเปิดตัวใหม่ประมาณ 2-3 โครงการ รวมมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท ขณะนี้มีที่ดินที่ซื้อใหม่แล้ว 1 แปลง และที่ดินสะสมย่านพระราม 2 อีก 2-3 แปลง ซึ่งรูปแบบการพัฒนาจะเป็นโครงการรูปแบบใหม่ที่บริษัทยังไม่เคยพัฒนามาก่อน เน้นเจาะลูกค้าที่อาศัยอยู่ในเมือง โดยเน้นพัฒนาโครงการที่ไม่ใหญ่มาก จำนวน 50-60 ยูนิต ใช้ระยะเวลาในการขายเพียงครึ่งปี
       
       ทั้งนี้ เชื่อว่าในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทต่างๆ มีการจัดแคมเปญเพื่อกระตุ้นยอดขาย เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังที่ยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งในส่วนของบริษัทได้จัดแคมเปญครบรอบ 12 ปี เพื่อคืนกำไรให้ลูกค้า โดยนำ 2 โครงการ คือ “ซิม วิภา-ลาดพร้าว” เป็นคอนโดมิเนียมเหลือขายอยู่ 10 ยูนิต เนื้อที่ 60 ตร.ม.ขึ้นไป ราคาเริ่มต้น 5.9 ล้าน รวมมูลค่าประมาณ 120 ล้านบาท จากมูลค่าโครงการทั้งหมดกว่า 1,900 ล้านบาท
       
       และ “เจด สาทร-พระราม3” แบ่งการขายเป็น 2 เฟส เป็นทาวน์โฮม สูง 4 ชั้นครึ่ง ขนาด 20.5 ตร.ว.ขึ้นไป ราคาเริ่มต้นที่ 12.8-30 ล้านบาท จำนวน 72 ยูนิต ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 60% และ “เจด ไฮท์” เป็นลักชัวรี่โฮมออฟฟิศ สูง 4 ชั้นครึ่ง ขนาด 45 ตร.ว. ราคา 28 ล้านบาท เหลือขาย 4 ยูนิต มาจัดแคมเปญสำหรับผู้ซื้อตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค.นี้ไปจนถึงสิ้นปี จะมีสิทธิลุ้นจับสลากรถยนต์เมอร์เซเดส เบนซ์ รุ่นซี 200 มูลค่า 2.59 ล้านบาท รวมไปถึงการร่วมออกบูทในงาน “บ้านดีสี่มุมเมือง” ระหว่างวันที่ 30 ก.ค.-4 ส.ค.นี้ ที่เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว คาดว่าจะสามารถปิดการขายทั้ง 2 โครงการสิ้นปีนี้
       
Cr.http://manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9580000084627&Keyword=%cd%ca%d1%a7%cb%d2

วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

“อินฟินิท” ปรับแผนรับมืออสังหาฯ แข่งเดือด พร้อมตั้งเป้ารายได้สิ้นปีกว่า 1.8 พัน ลบ.

       

 “อินฟินิท” เปลี่ยนแผนรับมืออสังหาฯ ไทยกลางปี 58 เพื่อเติบโตต่อเนื่อง เปิดเฟส 2 โครงการ แฮปปี้คอนโด ดอนเมือง หลังลูกค้าแห่จองเต็ม มั่นใจกำไรโตเพิ่ม 30% ปักธงสิ้นปีรับรู้รายได้กว่า 1,800 ล้านบาท คงคอนเซ็ปต์มุ่งสร้างสรรค์บ้าน และบริการระดับคุณภาพเพื่อมอบความสุขให้แก่ลูกค้า
       
       น.ส.กรวิกา กอวรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทอินฟินิท เรียลเอสเตท จำกัด ผู้บริหารโครงการแฮปปี้คอนโด แฮปปี้โฮม และแฮปปี้วิลล์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่กลางปี 2558 เป็นต้นไป บริษัทฯ ได้ทำการปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเพื่อให้โครงการภายใต้แบรนด์อินฟินนิทเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ภาวะทางการแข่งขันในตลาดอสังหาฯ ไทยอยู่ในยุคของการแข่งขันที่รุนแรง ซึ่งอินฟินิท ยังคงเดินหน้า และใช้ยุทธศาสตร์ใหม่โดยการพัฒนาโครงการทั้งแนวราบ และแนวสูงให้แข็งแกร่งกว่าเก่า
       
       “จากช่วงไตรมาส 2 ไปนี้ตลาดอสังหาฯ จะมีการปรับดัชนีราคาที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ทั้งแนวราบ-แนวสูง รวมถึงราคาคอนโดฯ ก็ปรับขึ้นสูงสุด จึงทำให้อินฟินนิท ปรับแผนดำเนินธุรกิจ เตรียมพร้อมรับมือสภาวะของการแข่งขันที่มากขึ้น โดยมีแผนพัฒนาโครงการให้มีจุดขายเฉพาะ คือ ทาวน์โฮมสไตล์บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮมสไตล์โมเดิร์น คอนโดมิเนียม และสปอตร์ต คลับ ซึ่งมีจุดเด่นของแต่ละโครงการที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น มีรูปแบบห้องที่กว้างขวาง มีพื้นที่ใช้สอยมาก รูปแบบเพดานห้องที่สูง และการเลือกใช้วัสดุ เฟอร์นิเจอร์ระดับคุณภาพ ที่สำคัญคือผู้อยู่อาศัยยังคล่องตัวเพราะเชื่อมต่อทุกการเดินทาง นอกจากนี้ ยังมีคอนโดที่ผสานสปอตร์ต คลับ สนามฟุตบอลหญ้าเทียมเข้าไว้ด้วยกัน และมีคอนโดที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงได้ พร้อมมีคอมมูนิตีมอลล์ในโครงการที่เปิดให้บริการอีกด้วย”
       
       สำหรับความคืบหน้าการดำเนินงานสำหรับโครงการที่กำลังจะพัฒนาในเร็วๆ นี้ คือ โครงการ แฮปปี้คอนโด ดอนเมือง ตั้งอยู่บนถนนสรงประภา เขตดอนเมือง โดยจะทำการขยายเฟสต่อเนื่อง ในช่วงปลาย ปี 58 เนื่องจากได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้ามากพอสมควร ด้วยราคาวันเปิดพรีเซลเพียง 1.29 ล้านบาท ทำให้มีลูกค้าสนใจเข้ามาจองโครงการ 100% ภายใน 2 วัน และปัจจุบันราคาขายอยู่ที่ 1.39 ล้านบาท
       
       น.ส.กรวิกา กล่าวว่า จากการตอบรับจากลูกค้าอย่างต่อเนื่องมาจนถึงกลางปี ตอนนี้อินฟินิท สามารถทำรายได้อยู่ที่ 24% ตามเป้าของบริษัทที่ได้ตั้งไว้ ในส่วนของยอดโอนครึ่งปี 58 ที่ผ่านมา เมื่อเปรียบเทียบจากของปีที่แล้วก็เพิ่มขึ้น 30% เลยทีเดียว จึงคาดว่าในช่วง Q3-Q4 นี้ก็น่าจะผ่านฉลุย และค่อนข้างมั่นใจว่ารายได้ในปีนี้เติบโตเพิ่มขึ้น 30% แน่นอน โดยตั้งเป้าไว้ที่ 1,800 ล้านบาท
       
       ในปี 2558 อินฟินิท คงเน้นกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่ประทับใจ โดยมุ่งสร้างสรรค์บ้าน และที่อยู่อาศัยพร้อมบริการระดับคุณภาพเพื่อมอบความสุขให้แก่ลูกค้า ซึ่งจากประสบการณ์ที่ยาวนานในการสร้างที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์อินฟินิทที่ผ่านมา ทำให้สามารถเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างลึกซึ้ง จึงทำให้บริษัทฯ ตระหนักที่จะมุ่งมั่นพัฒนาสร้างบ้านให้สอดคล้องต่อความต้องการของผู้อยู่อาศัย โดยการใส่ใจทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นบ้านที่ปลอดภัย บ้านที่อบอุ่น และบ้านทันสมัย เพราะเชื่อว่านี่คือจุดแข็งที่จะทำให้อินฟินิทสามารถยืนหยัดอยู่ภายใต้ภาวะการแข่งขันที่สูงแบบนี้ได้

วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

GOLD ลุยทาวน์โฮมกางแผนเปิด 6 ทำเลไตรมาส 4


"โกลเด้นแลนด์" เปิดแผนครึ่งหลัง ลุย "ทาวน์โฮม" ตีตลาดปีหน้า ชูฟังก์ชั่นเป็นจุดขาย "4 ห้องนอน-ครัวไทย-ห้องพระ"
นายภวรัญชน์ อุดมศิริ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส โกลเด้นแลนด์ เรสซิเด้นซ์ กรุ๊ป ในเครือ บมจ.แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ GOLD เปิดเผยว่า ครึ่งปีหลังจะเปิดตัวโครงการใหม่อีก 10 โครงการ แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 4 โครงการ และทาวน์โฮม 6 โครงการ หลังจากครึ่งปีแรกเปิดตัวบ้านเดี่ยวไปแล้ว 1 โครงการ และทาวน์โฮม 2 โครงการ

สาเหตุที่เปิดตัวทาวน์โฮมมากขึ้น เนื่องจากแบรนด์ "โกลเด้น ทาวน์" ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2557 มีการตอบรับจากลูกค้าดี มียอดโอน 1,458 ล้านบาท ปัจจุบันมีโครงการเปิดขาย 7 โครงการ รวม 1,570 ยูนิต มูลค่า 4,830 ล้านบาท มียอดขายเฉลี่ยรวม 72% โดยเฉพาะโครงการที่งามวงศ์วาน-ประชาชื่น 148 ยูนิต มียอดพรีเซล 100% ตั้งแต่เปิดตัว 2 วันแรก คาดว่าไตรมาสแรกของปีนี้จะมียอดโอน 624 ล้านบาท ถือว่าเป็นอันดับที่ 6 ในตลาด เทียบกับ บมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์, บมจ.เอพี (ไทยแลนด์), บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และ บมจ.แสนสิริ ซึ่งปีหน้าตั้งเป้าจะขึ้นเป็นอันดับที่ 2 ในตลาด คาดว่าจะเป็นรองเพียง บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท

สำหรับจุดขายของ "โกลเด้น ทาวน์" คือ 1)มีครัวไทย เป็นลานซักล้างหลังบ้าน ที่ตอกเสาเข็มยาว 20-22 เมตรเท่ากับเสาเข็มบ้าน ก่อรั้วสูงเท่าผนัง 2.5-3 เมตร และทำรางน้ำฝนไว้ให้สำหรับลูกค้าต่อเติมบ้านเองและลดปัญหาพื้นหลังบ้านทรุด

2)ห้องพระหรือห้องสมุด มุมใต้หลังคาบ้าน 3)ทุกหลังเริ่มต้นที่ 4 ห้องนอน ขนาดเล็กที่สุด 7.5 ตร.ม. และดัดแปลงเป็นห้องอเนกประสงค์ได้ 4)ทาวน์โฮม 3 ชั้น สามารถจัดห้องนอนแกรนด์สวีท ที่มีวอล์กอินโคลเซตและห้องน้ำในตัวและทุกหลังยังมีหน้ากว้าง 5.7 เมตร จอดรถได้ 2 คัน และใช้วัสดุประตู, หน้าต่าง, โคมไฟดาวน์ไลต์ เกรดเดียวกับบ้านเดี่ยว

"ทาวน์โฮมถูกมองเป็นสินค้าระดับชั้นต่ำกว่าบ้านเดี่ยว การพัฒนาคุณภาพเหมือนบ้านเดี่ยวจะตอบโจทย์ลูกค้าได้ จึงต้องมีฟังก์ชั่นที่เท่ากับหรือมากกว่าบ้านเดี่ยว แม้แต่พื้นที่ส่วนกลางของทาวน์โฮมก็ไม่แตกต่าง มีคลับเฮ้าส์ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ซึ่งราคาทาวน์โฮมทำเลเดียวกับบ้านเดี่ยวจะถูกกว่า 3 เท่า บางครั้งลูกค้าที่อยากอยู่ใกล้เมืองแต่กำลังซื้อไม่ถึงก็ยอมเปลี่ยนความต้องการ เพราะเรามีฟังก์ชั่นให้ไม่ต่างกัน" 

นายภวรัญชน์กล่าวและว่า ทาวน์โฮมแบรนด์โกลเด้น ทาวน์ มีแบบ 2 ชั้น-3 ชั้น ขนาด 18, 21, 23 ตร.ว. ราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท ส่วนใหญ่มีทำเลอยู่ในถนนซอยลึกจากถนนใหญ่ไม่เกิน 1 กม. แม้ว่าทำเลอาจไม่ติดถนนใหญ่ และราคาสูงกว่าคู่แข่งในทำเลถนนซอยเดียวกัน 1-2 แสนบาทแต่จากฟังก์ชั่นที่ให้มากกว่าทำให้ลูกค้าตอบรับดี สำหรับ 6 โครงการทาวน์โฮมที่จะเปิดในครึ่งปีหลัง ได้แก่ 1)อ่อนนุช-พัฒนาการ 2 โครงการ 2)ลาดพร้าว 101-เกษตรนวมินทร์ 3) ถ.รามคำแหง 4)บางนา-ตราด 5)ปิ่นเกล้า รวม 2,219 ยูนิต มูลค่า 6,600 ล้านบาท

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ร่วมปลูกปะการังฟื้นฟูโลกใต้ท้องทะเลไทย


 บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC  บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ โครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียมระดับพรีเมียม โดยฝ่ายทรัพยากรบุคคลนำพนักงานจิตอาสาร่วมกิจกรรม “Birthday Activity ตอนทิศอาคเนย์” ด้วยการปลูกปะการัง เพื่ออนุรักษ์ทดแทน และขยายพันธุ์ปะการังเขากวาง อันนำไปสู่การฟื้นฟูโลกใต้ท้องทะเลไทย ณ ค่ายวิทยาศาสตร์ทางทะเล และการอนุรักษ์ ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันก่อน

Cr.http://manager.co.th/