แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บ้าน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บ้าน แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เปิดงานอภิมหกรรมบ้าน-คอนโดฯ



        นายกิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย นายบริสุทธิ์ กาสินพิลา กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮมบายเออร์ไกด์ จำกัด พร้อมด้วย 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ ร่วมกันเปิดงานอภิมหกรรมบ้าน-คอนโดฯ และสินเชื่อแห่งปี "NPA & Resale Home 2015" มหกรรมอสังหาริมทรัพย์และบ้านมือสอง "Home Loan & Consumer Credit 2015" มหกรรมสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อบุคคล และงาน "Home Buyers' Expo 2015" มหกรรมเลือกซื้อบ้าน-คอนโดฯ 

Cr.http://manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9580000096475&Keyword=%a4%cd%b9%e2%b4

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2558

โจทย์หิน "รีเจ็กต์เรต" พุ่ง (1) "พฤกษาฯ-LPN" ผนึกแบงก์ช่วยลูกค้า

ยอดปฏิเสธสินเชื่อหรือ "รีเจ็กต์เรต-Reject Rate" ในยุคเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อช้าลง ทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อซื้อบ้าน-คอนโดมิเนียมมากขึ้น โดยสำรวจพบว่ายอดรีเจ็กต์เรตมีตั้งแต่ 5-35% "ประชาชาติธุรกิจ" เกาะติดความเคลื่อนไหวการปรับตัวของผู้ประกอบการ เพื่อรับมือในช่วงครึ่งปีหลังนี้



"โอภาส ศรีพยัคฆ์" กรรมการผู้จัดการ บมจ.แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ LPN เจ้าตลาดคอนโดมิเนียมตลาดกลาง-ล่างราคา 1-3 ล้านบาท ยอมรับว่า ตลาดคอนโดฯ 1 ล้านบาท แม้จะยังมีดีมานด์ต่อเนื่องและคู่แข่งน้อย แต่สิ่งที่เป็นกังวลที่สุดคืออัตราปฏิเสธสินเชื่อสูงในปัจจุบัน โดยรีเจ็กต์เรตของบริษัท 20% แต่บริหารจัดการหลายอย่างจนกดให้ลดเหลือ 5%

กลยุทธ์ของ LPN มีจุดเน้นที่การสร้างสายสัมพันธ์กับสถาบันการเงิน เพื่อเปลี่ยนทัศนคติของธนาคารให้เห็นข้อดีในการปล่อยกู้ให้กับลูกค้ารายเล็ก กล่าวคือ 1.โอกาสเป็นหนี้เสีย (NPL) ปริมาณสูงในคราวเดียวเกิดขึ้นยากกว่า 2.สร้างโอกาสครอสเซลลิ่ง หรือขายข้ามผลิตภัณฑ์ระหว่างผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ๆ ของธนาคารมีได้มากขึ้น เช่น สินเชื่อพ่วงประกันภัย ประกันชีวิต ฯลฯ

"ทำตลาดล่างต้องไฟต์กับแบงก์ เหนื่อยเหมือนกันกว่าจะมาถึงตรงนี้ได้ เพราะแบงก์มองว่าต้นทุนเปิดลูกค้าต่อหัวมันเท่ากัน จะปล่อยกู้ 20 ล้าน หรือ 5 แสน ต้นทุนก็เท่ากัน เราก็บอกแบงเกอร์ว่าให้มองมุมใหม่ว่า ถ้าลูกค้ากู้ 10 ล้านแล้วเป็นหนี้เสีย อย่าลืมว่าหนี้เสียจะมีก้อนเดียว 10 ล้านทันที แต่ถ้าเงินกู้ 5 แสน ต้องคูณไป 20 คน จึงจะเป็นหนี้เสีย 10 ล้าน"

"โอภาส" แจกแจงด้วยว่า นอกจากนี้ต้องโน้มน้าวในเรื่อง Cross Selling ต้องพยายามคุยให้ธนาคารเปลี่ยนมุมมองให้ได้ สำหรับ LPN เรารู้ว่าลูกค้าอาจจะไม่มีวินัย เวลาเปิดขายโครงการจะจัดให้ลูกค้าเจอธนาคารและยื่นกู้เลย ถ้าพรีแอปพรูฟ หรือยื่นกู้ครั้งแรกผ่านจะยกลูกค้าให้แบงก์ไปดูแล 6 เดือนต่อจากนั้น อย่าให้เป็นหนี้เสียกรณีกู้ไม่ผ่านเพราะติดแบล็กลิสต์ในเครดิตบูโร หรือจากสถาบันการเงินอื่น (เป็นหนี้เยอะ) ก็ต้องยกเลิกการขายไป

ที่น่าสนใจคือ สินเชื่อที่เครดิตลูกค้าที่เกือบ ๆ จะไม่ได้หรือเกือบจะได้ หรือมีปัญหาเรื่องหลักฐานการเงิน ไม่ว่าจะเป็นแม่ค้าพ่อค้าผู้ประกอบอาชีพอิสระ พนักงานขายซึ่งบางทีเงินเดือนไม่ได้เข้าบัญชี มีรายได้รับเป็นเงินสด เป็นกลุ่มที่เวลาขอสินเชื่อมีปัญหามากเพราะไม่มีหลักฐานรายได้ประจำ ภาษีก็ไม่ได้เสีย กลุ่มนี้ถ้าให้ลูกค้าเจอแบงก์ก่อน แบงก์จะแนะนำการสร้างหลักฐาน เช่น การเดินบัญชี (มีเงินเข้า-ออกต่อเนื่องและสม่ำเสมอ) อย่างน้อย 6 เดือน โอกาสที่สินเชื่อผ่านจะมีสูงมาก

"เราเชื่อว่าระยะ 6 เดือนเป็นระยะที่ใช้แก้ปัญหาให้เขาได้ และแก้ได้จริง ก่อนเราทำกระบวนการนี้รีเจ็กต์เรตเคยสูง 20% ตอนนี้เหลือ 5%"

อีกฟาก "เลอศักดิ์ จุลเทศ" รองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท ระบุสั้น ๆ ถึงข้อมูลอัตราปฏิเสธสินเชื่อของพฤกษาฯว่าต่ำลง ปีนี้มีเพียง 5% เทียบจากปี 2557 อยู่ที่ 7% แสดงให้เห็นว่าลูกค้าบริษัทมีคุณภาพมากขึ้น

โดยอัตราลูกค้ากู้ไม่ผ่านต่ำลงเกิดจากพฤกษาฯ ดำเนินนโยบายพรีแอปพรูฟ 3-4 เดือนก่อนวันโอน นอกจากนี้พฤกษาฯยังมีการให้คำแนะนำด้านการเงินแก่ลูกค้าเพื่อให้โอกาสกู้ผ่านมีสูงขึ้น

รวมทั้งเคล็ดลับเกี่ยวกับการจัดทำหลักเกณฑ์ภายในเพื่อวัดระดับโปรไฟล์ลูกค้าว่าจะสามารถเข้าถึงสินค้าระดับราคานั้นๆได้หรือไม่ ส่งผลให้ผลประกอบการครึ่งปีแรก มียอดพรีเซลรวม 24,000 ล้านบาท จากเป้ารวมทั้งปีตั้งไว้ 47,000 ล้านบาท ถือว่าประสบความสำเร็จเพราะตัวเลขเกินครึ่งทางที่วางไว้


ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

การตั้งราคาขายให้คุ้มค่าและไม่ขาดทุน

การตั้งราคาขายให้คุ้มค่าและไม่ขาดทุน

การตั้งราคาขายให้คุ้มค่าและไม่ขาดทุน
ราคา คือ ตัวบ่งชี้ที่สำคัญว่าทรัพย์ที่ท่านครอบครองนั้นจะทวีค่าหรือด้อยค่าในอนาคต เพราะอสังหาฯจะเป็นทรัพย์ที่ทวีมูลค่าเมื่อตั้งอยู่บนพื้นฐานการวางแผนและการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ แล้ว“ราคาบ้าน” สะท้อนอะไรบ้าง
โครงการใหม่ ราคาบ้าน ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก 1) ที่ดิน 2) ก่อสร้างสร้าง 3) ค่าบริหารจัดการ 4) ค่าใช้จ่ายการขายและการตลาด และ 5) กำไร
การตั้งราคาขายให้คุ้มค่าและไม่ขาดทุน
การตั้งราคาขายให้คุ้มค่าและไม่ขาดทุน
Note: การซื้อโครงการใหม่หากเป็นโครงการที่โฆษณาผ่านสื่อต่างๆ มากเท่าไหร่ ท่านก็ต้องยอมจ่ายแพงตามมูลค่าการโฆษณามากเท่านั้น แต่อยู่โครงการใหม่ก็คือความโชคดี เพราะท่านคือผู้ใช้บริการมือหนึ่งได้อยู่โครงการใหม่แกะกล่อง แต่การต่อรองราคามีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก ส่วนใหญ่ลด 3-5% (บางโครงการอาจลดถึง 10% เพราะอะไรหรือ?)
“ราคาขายโครงการใหม่ถูกกำหนดขึ้นจากต้นทุนรวมของทั้งโครงการ และบวกรวมกับค่าความนิยมของตราสินค้า เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งขันในพื้นที่นั้นๆ ดังนั้นยากที่ท่านจะสามารถต่อรองราคาได้”
การตั้งราคาขายให้คุ้มค่าและไม่ขาดทุน
การตั้งราคาขายให้คุ้มค่าและไม่ขาดทุน
บ้านมือสอง ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก 1) ราคาบ้านที่ซื้อมา 2) ค่าซ่อมแซมต่อเติม 3) ค่าธรรมเนียมการโอน 4) ดอกเบี้ยเงินกู้ และ 5) กำไรจากการเปรียบเทียบราคาตลาด หรือราคาขายละแวกบ้าน
Note: ราคาบ้านมือสอง ส่วนใหญ่มักเป็นบ้านราคาต่ำกว่ามูลค่าตลาด เพราะเจ้าของมักตั้งราคาขายจากราคาที่ซื้อมา รวมค่าใช้จ่ายซ่อมแซมต่อเติม ลืมหรือไม่ได้คำนวณดอกเบี้ยที่จ่ายให้ธนาคาร และบางรายไม่เคยสำรวจราคาตลาดในละแวกแถวบ้านเลย ดังนั้นจึงเป็นโอกาสทองของผู้ซื้อที่ชื่นชอบทำเล หรือขนาดบ้านหลังนั้น
“เมื่อท่านต้องการให้บ้านของท่านเป็นทรัพย์ทวีมูลค่า ควรหมั่นสังเกตุตรวจสอบราคาขายละแวกแถวบ้านอย่างสม่ำเสมอ เพราะผู้ซื้อจะซื้อบ้านตามราคาตลาด และเมื่อใดที่ราคาตลาดปรับตัวขึ้นสูงกว่าต้นทุนใหม่ของบ้านท่าน เวลานั้น บ้านหลังงาม จะไม่ใช้ภาระก้อนโตอีกต่อไป” ในทางกลับกันหากท่านสามารถซื้อบ้านต่ำกว่าราคาตลาดมากเท่าไหร่ ท่านก็มีโอกาสทำกำไรจากการขายต่อได้สูงมากขึ้นเท่านั้น
TerraBKK ขอนำเสนอต้นทุนสำคัญเบื้องต้นที่ท่านควรคำนึงเมื่อประสงค์จะขายบ้านคือต้องไม่ลืมที่จะคิดดอกเบี้ยจ่ายธนาคารตามจำนวนปีที่ท่านถือครองรวมเข้าไปด้วย ดังนี้ หากท่านซื้อบ้านมาที่ราคา 1 ล้านบาท วงเงินกู้100% จากนั้น 5 ปีต่อมาท่านต้องการขายบ้านหลังนั้นจงพึงระลึกไว้ว่า ณ ปีที่ 5 บ้านหลังนี้มีต้นทุนอยู่ที่ 1.2 ล้านบาทแล้ว และหากยิ่งท่านปล่อยเวลาผ่านไปจนถึงปีที่ 10 บ้านหลังนี้ก็จะมีต้นทุนเบื้องต้นเพิ่มขึ้นเป็น 1.4 ล้านบาท และจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
ตารางสรุปดอกเบี้ยจ่าย หากคำนวณดอกเบี้ยร้อยละ 6.5 ต่อปี ตลอดอายุสัญญา ความจริงที่ท่านพึงรู้ว่า
การตั้งราคาขายให้คุ้มค่าและไม่ขาดทุน
การตั้งราคาขายให้คุ้มค่าและไม่ขาดทุน
กู้ 5 ปี ท่านจ่ายดอกเบี้ยถึง 20% ของวงเงินกู้
กู้ 10 ปี ท่านจ่ายดอกเบี้ย 39% ของวงเงินกู้
กู้ 15 ปี ท่านจ่ายดอกเบี้ย 60% ของวงเงินกู้
และหากผู้ใดกู้สูงสุด 35 ปี ท่านคือ ลูกค้าชั้นเยี่ยมของธนาคารผู้ปล่อยกู้

วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

คิด…ก่อนตัดสินใจ เลือกบ้านมือสองอย่างไรให้ได้สภาพดี

คิด…ก่อนตัดสินใจ เลือกบ้านมือสองอย่างไรให้ได้สภาพดี

คิด…ก่อนตัดสินใจ เลือกบ้านมือสองอย่างไรให้ได้สภาพดี
คิด…ก่อนตัดสินใจ เลือกบ้านมือสองอย่างไรให้ได้สภาพดี
คิด…ก่อนตัดสินใจ เลือกบ้านมือสองอย่างไรให้ได้สภาพดี
เมื่อตกลงใจเลือกลงทุนกับบ้านมือสอง สิ่งที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุดคือสภาพบ้านหรืออาคารที่ซื้อ เพราะราคาที่ถูกกว่า มาพร้อมกับความสึกหรอที่มากกว่าของวัสดุต่างๆ และโครงสร้างที่ใช้ โดยเฉพาะ บ้านที่ได้มาจากการประมูลทั้งของกรมบังคับคดีและเอกชนอื่นๆ เนื่องจากเป็นบ้านที่ผ่านการใช้งาน และบางหลังก็ถูกปล่อยทิ้งร้างมาเป็นเวลาหลายปี ความทรุดโทรมผุพังย่อมมีมากกว่าบ้านที่ได้รับการดูแลสม่ำเสมอ จึงควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับ โครงสร้าง ซึ่งถือเป็นตัววัดความคุ้มค่าของอาคารที่เรากำลังจะซื้อ หากพบความผิดปกติควรมีการประเมินราคาเพื่อต่อรองอีกครั้งในภายหลัง
คิด…ก่อนตัดสินใจ เลือกบ้านมือสองอย่างไรให้ได้สภาพดี
คิด…ก่อนตัดสินใจ เลือกบ้านมือสองอย่างไรให้ได้สภาพดี
TerraBKK เคยพูดโดยรวมถึงวิธีซื้อบ้านมือสองให้คุ้มค่ากันไปแล้วใน How To ดูบ้านมือสองอย่างไรให้ซ่อมไม่แพง ซึ่งเป็นการพูดถึงวิธีเลือกซื้อบ้านมือสองให้ซ่อมน้อยที่สุด ต่อไปนี้คือการเจาะลึกเฉพาะด้าน “โครงสร้าง” ซึ่งมีความสำคัญไม่ด้อยไปกว่ากัน ซึ่งจุดสังเกตสำคัญสำหรับโครงสร้างคือ รอยร้าว ต้องจำแนกให้ออกว่ารอยร้าวที่ปรากฏตามมุมต่างๆ ของบ้านนั้น คือรอยร้าวเนื่องจากปูนที่ฉาบหรือเกิดจากความผิดปกติด้านโครงสร้าง ซึ่งสามารถดูเพิ่มเติมได้จาก รอยร้าวเล็กๆ กับปัญหาที่ขยายตัวเต็มผนัง ร่องรอยการต่อเติม เป็นธรรมดาที่อยู่ๆ ไปแล้วครอบครัวเกิดขยายตัว ฐานะเขยิบดีขึ้น หรือมีปัจจัยหลากหลายที่ทำให้ต่อเติมส่วนต่างๆ ของบ้านเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลกับโครงสร้างบ้านเดิมไม่มากก็น้อย
คิด…ก่อนตัดสินใจ เลือกบ้านมือสองอย่างไรให้ได้สภาพดี
คิด…ก่อนตัดสินใจ เลือกบ้านมือสองอย่างไรให้ได้สภาพดี
เราจะสามารถทราบได้ว่าบ้านที่กำลังเล็งไว้เคยต่อเติมอะไรมาบ้าง จากการถามเจ้าของเดิม หรือการสังเกตส่วนที่มีความไม่ค่อยสมดุลหรือหากเป็นบ้านในโครงการจัดสรรที่หน้าตามักจะเหมือนกันเป๊ะ ก็สามารถสังเกตจากบ้านหลังใกล้ๆ กันได้ การต่อเติมก็มีหลายวิธีทั้งวิธีที่ถูกต้อง และวิธีที่ทำแล้วสร้างภาระให้กับอาคารเดิม โดยสังเกตได้จากรอยต่อระหว่างอาคาร วิธีที่ถูกต้อง เป็นการต่อเติมโดยแยกโครงสร้างอาคารเก่าและอาคารใหม่ออกจากกันอย่างเด็ดขาด คือหากต้องการจะต่อห้องครัว ก็จะสร้างครัวใหม่อยู่ชิดกับอาคารเดิม แต่แยกโครงสร้างออกจากกันทุกอย่าง ทั้งเสา คาน ผนัง เพื่อให้ส่วนที่ต่อเติมอยู่ได้เอง ส่วนวิธีที่ทำให้โครงสร้างเกิดปัญหา คือการต่อเติมโดยเอาส่วนที่ต่อเติมใหม่ไปฝากไว้กับอาคารเดิม คือการสร้างขึ้นมาด้วยการเชื่อมคานยึดให้ติดกัน อาศัยผนังร่วมกัน วิธีนี้ทำให้เกิดการทรุดตัวที่ไม่เท่ากันของบ้านกับส่วนที่ต่อเติม ซึ่งทำให้บ้านพังลงมาได้ง่ายๆ ร่องรอยการยกพื้นหรือถมดิน การปรับพื้นที่เป็นการสร้างความแข็งแรงขั้นพื้นฐาน ให้กับโครงสร้างบ้าน ซึ่งมีโอกาสทรุดตัวลงได้จากหลายปัจจัย เช่นน้ำท่วม การตัดถนนใหม่ ซึ่งจะทำให้ถนนหน้าบ้านถูกถมให้สูงขึ้นอีก และแน่นอนว่าการยกพื้นถมดินใหม่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพื่อให้ไม่ต้องมาแก้ปัญหานี้ทีหลังนอกจากการสังเกตระดับระหว่างถนนกับตัวบ้านแล้ว ยังต้องคำนึงถึงน้ำหนักของบ้านด้วย วิธีคำนวณน้ำหนักของบ้านอย่างง่ายๆ คือคอนกรีตหนา 10 cm = น้ำหนักอาคารที่เพิ่มขึ้น 240 kg /ตารางเมตร ยิ่งบ้านที่คอนกรีตหนามากน้ำหนักที่กดให้พื้นทรุดตัวก็ยิ่งมากขึ้น

วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

บ้านคุ้มค่าเกิดจากฉลาดเลือก

บ้านคุ้มค่าเกิดจากฉลาดเลือก

บ้านคุ้มค่าเกิดจากฉลาดเลือก
บ้านคุ้มค่าเกิดจากฉลาดเลือก
บ้านคุ้มค่าเกิดจากฉลาดเลือก
บ้านคุ้มค่าเกิดจากฉลาดเลือก
หลายคนอาจเกิดการลังเลไม่กล้าซื้อบ้านมือสอง เนื่องจากกลัวไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับการซื้อบ้านใหม่ แต่หากพิจารณาดูดีๆ แล้ว ไม่ว่าจะซื้อบ้านมือสองหรือบ้านใหม่ ก็ล้วนมีความเสี่ยงไม่ต่างกัน เราจึงมีคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆในการนำไปใช้พิจารณาเพื่อลดความเสี่ยงสำหรับการซื้อบ้าน 8 ข้อหลักๆ ด้วยกันคือ
บ้านคุ้มค่าเกิดจากฉลาดเลือก
บ้านคุ้มค่าเกิดจากฉลาดเลือก
1.เลือกจากทำเล (Location)
บ้านที่คุณจะซื้ออยู่ในทำเลที่เอื้อต่ออะไรบ้าง ความสะดวกในการเดินทาง แนวเส้นทางการคมนาคมในอนาคต ความคุ้มค่ากับการให้เวลาต่อครอบครัว หรือเลือกสังคมรอบข้างที่ดีและเอื้อต่อไลฟ์สไตล์ปัจจัยข้อนี้สำคัญที่สุดสำหรับการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย
บ้านคุ้มค่าเกิดจากฉลาดเลือก
บ้านคุ้มค่าเกิดจากฉลาดเลือก
2.สภาพของตัวบ้าน
เป็นปัจจัยที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการตรวจสอบก่อนซื้อบ้านมือสอง ว่าบ้านหลังนี้ปลูกมานานกี่ปีแล้วตรวจสอบทั้งภายนอก งานระบบ งานโครงสร้าง หาร่องรอยการชำรุดของ “โครงสร้าง” เพื่อที่จะไม่มาเกิดค่าใช้จ่ายหนักๆในภายหลัง
บ้านคุ้มค่าเกิดจากฉลาดเลือก
บ้านคุ้มค่าเกิดจากฉลาดเลือก
3.คุ้มค่าน่าลงทุน (Invesment)
อย่าลืมว่าการซื้อบ้านคือการลงทุนระยะยาว การจะลงทุนลักษณะนี้ต้องพิจารณาให้รอบคอบ อย่างน้อยต้องมั่นใจว่าภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน ค่าใช้จ่ายเมื่อรวมราคาซื้อและค่าซ่อมแล้ว ไม่ได้สูงกว่าการซื้อบ้านใหม่
บ้านคุ้มค่าเกิดจากฉลาดเลือก
บ้านคุ้มค่าเกิดจากฉลาดเลือก
4.มีอนาคต (Wealth)
การมองให้ไกลในระยะยาวถือเป็นเรื่องจำเป็น โดยควรพิจารณาว่า ในอนาคตหากจะปล่อยเช่าหรือขายต่อ ต้องได้มูลค่าที่มากกว่าอัตราเงินเฟ้อที่ถีบตัวสูงขึ้นเช่นกัน
บ้านคุ้มค่าเกิดจากฉลาดเลือก
บ้านคุ้มค่าเกิดจากฉลาดเลือก
5.ราคา
ประเมินราคาทรัพย์สินเบื้องต้นก่อนว่าขนาดของบ้านเหมาะกับการใช้สอยของเราหรือไม่ หรือถ้าบ้านต้องปรับปรุงซ่อมแซม จะคุ้มหรือไม่กับการที่ซื้อมา นอกจากนี้ก่อนจะทำสัญญาให้อ่านข้อตกลงให้ละเอียดว่าราคานี้ รวมและไม่รวมอะไรบ้าง เช่น ค่าธรรมเนียมการโอน, ค่าอากรแสตมป์ ฯลฯ ตรวจเรื่อง
บ้านคุ้มค่าเกิดจากฉลาดเลือก
บ้านคุ้มค่าเกิดจากฉลาดเลือก
6.กฎหมาย
เจ้าของเดิมที่ขายบ้าน อาจจะขายด้วยข้อจำเป็นทางกฎหมายบางอย่าง ก่อนที่จะซื้อควรตรวจสอบกฎหมายให้ถี่ถ้วน เช่น ตรวจสอบเรื่องเวนคืนว่าบ้านหลังนั้นอยู่ในระยะเวนคืนหรือไม่ หรือ บ้านหลังนี้ติดจำนองกับสถาบันการเงินอื่นๆใดหรือไม่
บ้านคุ้มค่าเกิดจากฉลาดเลือก
บ้านคุ้มค่าเกิดจากฉลาดเลือก
7.ตรวจสอบผู้ขาย
ดูว่าผู้ขายนั้นมีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยนั้นจริงหรือไม่ เพราะฉะนั้น อย่าลืมขอดูบัตรประชาชนและชื่อหลังโฉนดก่อนที่จะตกลงจะซื้อ
บ้านคุ้มค่าเกิดจากฉลาดเลือก
บ้านคุ้มค่าเกิดจากฉลาดเลือก
8.ตรวจสอบสัญญาจะซื้อจะขาย
ในเรื่องของค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าธรรมเนียมการโอน, ภาษี ฯลฯ จะต้องมีการตกลงเอาไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และควรจะเก็บสัญญาเอาไว้แม้จะมีการโอนกรรมสิทธิ์ไปแล้วก็ตาม

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

การเลือกซื้อบ้านมือสอง

การเลือกซื้อบ้านมือสอง

 การเลือกซื้อบ้านมือสอง
การเลือกซื้อบ้านมือสอง บ้านมือสองเป็นบ้านที่เคยมีการอยู่อาศัยผ่านมาแล้ว หรือบางครั้งอาจไม่มีเลยก็ได้ เพราะเจ้าของคนเดิมอาจจะซื้อไว้เพื่อปล่อยให้เช่า ซึ่งหากใครจะซื้อบ้านมือสอง ควรพิจาณาไตร่ตรองหรือสอบถามข้อมูลให้ดีเสียก่อน ก่อนการตัดสินใจซื้อ หลักการเลือกซื้อบ้านมือสองนั้นคงไม่แตกต่างจากการซื้อบ้านใหม่สักเท่าไหร่ โดยเฉพาะเรื่องราคา เพราะถึงจะเป็นบ้านมืองสอง บางทีราคาก็พอๆกับบ้านใหม่ เราจะมีวิธีการเลือกซื้ออย่างไร?
 การเลือกซื้อบ้านมือสอง
1.ทำเลที่ตั้งและทิศทางลม การเดินทางสะดวกสบายสำรวจว่า มีรถไฟฟ้าผ่าน หรือรถเมย์สายไหนผ่านบ้างเพื่อความสะดวกหากไม่ต้องการเอารถที่บ้านไปเอง สมาชิกในครอบครัวสามารถเดินทางไปที่ทำงาน โรงเรียน ห้าง สวนสาธารณะ โรงพยาบาลเป็นต้น ทิศทางของบ้านหน้าบ้านควรเลือกที่หันหน้าไปทางทิศใต้รองลงมาคือทิศเหนือ ทิศตะวันออกตามลำดับ และไม่ควรเลือกบ้านที่หันหน้าบ้านไปทางทิศตะวันตก เพราะหน้าบ้านจะได้รับแสงแดดโดยตรง ทำให้ได้รับความร้อนเต็มๆและยังทำให้สิ้นเปลืองค่าไฟเพิ่มขึ้นได้ด้วย
 การเลือกซื้อบ้านมือสอง
2.สภาพแวดล้อม สภาพแวดล้อมก็เป็นสิ่งสำคัญในการเลือกซื้อบ้านมือสอง เพราะจะส่งผลต่อการพักอาศัยและสุขภาพจิตของคนในครอบครัว ทั้งเรื่องความสะดวกสบายเรื่องการคมนาคม การเดินทางของคนในครอบครัว เสียงหรือกลิ่นที่รบกวน ช่วงฤดูฝนมีน้ำท่วมขังหรือไม่ และความปลอดภัยต่างๆทั้งเรื่องทรัพย์สิน มีบริการของโครงการหรือได้รับการอำนวยความสะดวกเรื่องการอยู่อาศัยดีหรือไม่                                                                                                                                                                                    การเลือกซื้อบ้านมือสอง
3.เข้าสำรวจภายในบ้าน ควรเข้าไปสำรวจดูภายในบ้านให้ดีว่ามีบริเวณไหนชำรุดหรือไม่ บ้านเกิดรอยร้าวหรือมีหลังคารั่ว มีร่องรอยการชำรุดเกิดการซ่อมแซมเกิดขึ้นจนเห็นได้ชัดเจน หากจะตัดสินใจซื้อควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือผู้รู้ก่อนนะค่ะ เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาหลังจากการเข้าอยู่ตามมาทีหลัง บ้านมือสองบางทีจะขายพร้อมสาธารณูปโภคต่างๆด้วยหรือมีการตกแต่งเพิ่มเติมภายในบ้าน ซึ่งราคาบางครั้งจะเพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิม 50 % ดังนั้นควรสอบถามผู้รู้หรือเปรียบเทียบบ้านแต่ละหลังให้ดีนะค่ะ ราคาควรเหมาะสมกับตัวบ้านไม่แพงเวอร์จนเกินไปหรือเกินกำลังซื้อของตัวเอง
ควรหาที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำ ควรเป็นนายหน้าหรือโบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้ ให้คำแนะนำเรื่องทำเลและราคา โฉนดที่ดิน การทำธุรกรรมต่างๆที่ถูกต้องแม่นยำในการเลือกบ้านมือสอง เพื่อป้องกันการฉ้อโกงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายเกิดขึ้น

วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ซื้อบ้านตามหลักฮวงจุ้ย

ซื้อบ้านตามหลักฮวงจุ้ย

ซื้อบ้านตามหลักฮวงจุ้ย
ซื้อบ้านตามหลักฮวงจุ้ย
ซื้อบ้านตามหลักฮวงจุ้ย
การซื้อบ้านนอกจากจะยึดตามหลักการซื้อบ้านแล้ว ถ้าบ้านมีฮวงจุ้ยที่ดีก็จะเป็นมงคลแก่สมาชิกของคนภายในบ้านด้วย เพราะถ้าบ้านตั้งอยู่ทำเลที่ดี ลักษณะของตัวบ้านดีหรือห้องต่างๆภายในบ้านตรงตามหลักฮวงจุ้ยแล้วนั้น จะมีอิทธิพลส่งผลให้บ้านหรือคนในครอบครัวพบเจอแต่สิ่งดีๆ คนดีๆ
ซื้อบ้านตามหลักฮวงจุ้ย
ตำแหน่งหรือทิศทางของตัวบ้าน ถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญมากของบ้าน เพราะหากทิศทางของบ้านหรือทิศทางลมอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมแล้ว ก็จะส่งผลที่ดีต่อสมาชิกภายในบ้านด้วย ควรให้หน้าบ้านหันไปทางทิศใต้หรือทิศเหนือเป็นความเชื่อของชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของคนในบ้าน สมาชิกในครอบครัว รักใคร่ปรองดอก มีความรักความเข้าใจซึ่งกันและกัน รองลงมาคือทิศตะวันออก แต่ไม่ควรให้หน้าบ้านหันไปทางทิศตะวันตกนะค่ะ เพราะจะได้รับแสงแดดโดยตรง เพราะส่วนมากแล้วนั้นจะเป็นห้องที่ไว้สำหรับพักผ่อนหรือห้องนอน จะทำให้ห้องร้อน อบอ้าว ส่งผลให้สมาชิกในครอบครัวสุขภาพจิตไม่ดีกระทบถึงอารมณ์ในด้านต่างๆ รวมไปถึงหากทำธุรกิจส่วนตัวจะส่งผลไม่ดีต่อการติดต่อซื้อขายด้วย
ซื้อบ้านตามหลักฮวงจุ้ยซื้อบ้านตามหลักฮวงจุ้ยซื้อบ้านตามหลักฮวงจุ้ยซื้อบ้านตามหลักฮวงจุ้ย
ไม่ควรให้ตัวบ้านอยู่ตรงกับบริเวณถนนที่เป็นสามแยกแล้วถนนพุ่งตรงมาหน้าบ้าน เพราะถือว่าไม่เป็นมงคลต่อบ้านหรืออาคารนั้นๆ ซึ่งจะทำให้ได้รับพลังบางอย่างที่ไม่ดีต่อสมาชิกภายในบ้าน ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ยแล้วไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ห้องต่างๆภายในบ้าน เช่นห้องนอน ห้องครัว ห้องรับแขก ห้องน้ำ ควรจัดวางตำแหน่งและทิศทางให้ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย เพราะจะมีผลต่อคนในครอบครัวทั้งเรื่องชีวิตส่วนตัว หน้าที่การงานหรือเพื่อนฝูง การค้าขายต่างๆ จะดีหรือไม่นั้นการจัดตำแหน่งหรือจัดวางสิ่งของภายในบ้านถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งจะมีผลต่ออารมณ์และสุขภาพของคนในครอบครัวด้วยเช่นกัน

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ความสำคัญของสีหลังคาบ้าน

ความสำคัญของสีหลังคาบ้าน
ความสำคัญของสีหลังคาบ้าน
ความสำคัญของสีหลังคาบ้าน
เลือกสีหลังคาบ้าน บอกถึงบุคลิกความเป็นตัวคุณ การจะสร้างบ้านสักหลังก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใส่ใจในรายละเอียดหลายๆเรื่อง ให้บ้านสวยถูกใจ อยู่แล้วมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งห้องต่างๆภายในบ้าน สวนหน้าบ้าน แต่หลายๆคนก็ไม่มีโอกาสได้เลือกสีของหลังคาบ้าน หรือบางคนอาจลืมใส่ใจในเรื่องนี้ไป เพราะบางคนก็อาจจะเลือกตามความชอบของตัวเองหรือสมาชิกในบ้าน วิธีง่ายๆที่จะเลือกกระเบื้องให้เข้ากับบ้านไทยประยุกต์ ก็มีความสำคัญนะค่ะ ควรเลือกสีธรรมชาติ ซึ่งแต่ละสีก็มีความหมายต่างกันไป และสะท้อนบุคลิกภาพ เป็นตัวตนของเจ้าของบ้านได้
ความสำคัญของสีหลังคาบ้าน
สีน้ำตาล บ่งบอกถึงลักษณะของความเป็นผู้ใหญ่ สุขุม มีเหตุผล เป็นตัวแทนความมั่นคงในทรัพย์ ให้ความรู้สึกอบอุ่น กลมกลืน เข้ากับบ้านสีเข้มก็ดี มุงหลังคากับบ้านสีอ่อนก็ดูดี สวยงาม หลังคาสีน้ำตาลนี้เหมาะกับบ้านสี ขาว ครีม เทาขาว บ้านไม้ สีเหลือง น้ำตาลอ่อน สีส้มอมชมพู
ความสำคัญของสีหลังคาบ้าน
สีแดง เป็นสีที่โดดเด่น ร้อนแรง และมีเสน่ห์ สง่างาม บ่งบอกถึงเป็นคนตรงไปตรงมา กล้าคิดกล้าแสดงออก มั่นใจในตัวเอง เป็นผู้มีพลังอำนาจ เป็นผู้นำเหมาะกับผู้ที่เป็นเจ้านายคน ปกครองดูแลลูกน้อง หลังคาสีแดงเหมาะกับบ้านไม้ บ้านสีขาว สีเปลือกไข่ สีเหลือง สีเทา
ความสำคัญของสีหลังคาบ้าน
สีน้ำเงิน สื่อถึงเจ้าของบ้านที่มีความมั่นคง มีจิตใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อคนอื่น  อยู่ด้วยแล้วรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย ผ่อนคลาย สบายตา เย็นสบาย เป็นสีที่ให้พลังช่วยเสริมความคิดสร้างสรรค์ เหมาะกับบ้านสีขาว สีฟ้าอ่อน สีเหลืองครีม ส้มอ่อน สีเทาอ่อน
ความสำคัญของสีหลังคาบ้าน
สีส้ม สะท้อนถึงความคิด มิตรภาพ บ่งบอกถึงเจ้าของบ้านที่มีบุคลิกกระตือรือร้น เป็นคนที่สนใจเอาใจใส่รายละเอียดต่างๆ เป็นสัญลักษณ์ของความรุ่งโรจน์ มงคล มั่นคง หลังคาสีส้มสร้างความโดดเด่นให้กับตัวบ้านที่มีสีอ่อนได้ดี หลังคาสีส้มนี้เหมาะกับบ้านสีขาว สีอิฐ สีครีมอมน้ำตาล  สีเหลืองอ่อน
นอกจากยสีบ้าน สีของหลังคาบ้านก็มีความสำคัญ เพราะแสดงถึงตัวตนของเจ้าของบ้าน คุณสมบัติของหลังคาก็สำคัญเช่นกันนะค่ะ ซึ่งก็เหมาะมากหากจะเลือกสีหลังคาบ้านให้เข้าบ้านไทยประยุกต์สมัยนี้

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ร่วมปลูกปะการังฟื้นฟูโลกใต้ท้องทะเลไทย


 บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC  บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ โครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียมระดับพรีเมียม โดยฝ่ายทรัพยากรบุคคลนำพนักงานจิตอาสาร่วมกิจกรรม “Birthday Activity ตอนทิศอาคเนย์” ด้วยการปลูกปะการัง เพื่ออนุรักษ์ทดแทน และขยายพันธุ์ปะการังเขากวาง อันนำไปสู่การฟื้นฟูโลกใต้ท้องทะเลไทย ณ ค่ายวิทยาศาสตร์ทางทะเล และการอนุรักษ์ ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันก่อน

Cr.http://manager.co.th/

วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ณุศาศิริ โชว์บ้านหรู “ณุศา ชีวานี พัทยา” ภายใต้แนวคิด “บ้านเพื่อสุขภาพ”

ณุศาศิริ เชื่ออสังหาฯ เมืองท่องเที่ยวยังได้รับความนิยม ทั้งบ้านเดี่ยว คอนโดฯ เดินหน้าแนะนำโครงการบ้านหรู ณุศา ชีวานี พัทยา ภายใต้แนวคิด “บ้านเพื่อสุขภาพ”

       ปัจจุบัน เทรนด์โครงการอสังหาริมทรัพย์ตามแหล่งหัวเมืองท่องเที่ยวกำลังเป็นที่สนใจมากอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบบ้านเดี่ยว หรือคอนโดมิเนียม ดังนั้น บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) จึงได้แนะนำ โครงการ ณุศา ชีวานี พัทยา (NUSA Chivani Pattaya) พัฒนาเป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับไฮเอนด์ สไตล์ทัสคานี ประเทศอิตาลี
       
       ภายใต้แนวคิด “บ้านเพื่อสุขภาพ” ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 86-146 ตร.ว. (เฟส 1) รวมยูนิตสำหรับพักอาศัยทั้งหมด 84 ยูนิต (เฟส 1) โดยรูปแบบของบ้านแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบหลักๆ ได้แก่ 
       1.บ้าน Nike มีพื้นที่ใช้สอยขนาด 165.40 ตร.ม.
       2.บ้าน Athena มีพื้นที่ใช้สอยขนาด 211.56 ตร.ม. (บ้าน 2 ชั้น)
       3.บ้าน Hermes มีพื้นที่ใช้สอยขนาด 211.76 ตร.ม. และ
       4.บ้าน Zeus มีพื้นที่ใช้สอยขนาด 267.26 ตร.ม. (บ้าน 2 ชั้น)
       
       ภายในโครงการ ณุศา ชีวานี พัทยา ครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และสาธารณูปโภค พร้อมสรรพทุกฟังก์ชันเน้นการใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด คลับเฮาส์ และศูนย์การรักษาระดับมาตรฐานภายในโครงการ ซึ่งบริหารงานโดย “พานาซี เมดิคอล เซ็นเตอร์” (Panacee Medical Center) โดยเป็นศูนย์การรักษาระดับมาตรฐาน มั่นใจได้ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ที่จะช่วยสร้างความอุ่นใจ และมอบความปลอดภัยให้แก่ผู้อยู่อาศัย รวมไปถึงผู้สูงอายุภายในบ้านของท่าน 
พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดทำให้คุณสามารถสบายใจได้ในยามที่คุณไม่อยู่บ้าน นอกจากนี้ โดยรอบโครงการยังมีโครงการในอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้นอีก เช่น โรงแรม คอนโด และสวนน้ำ Nusa Water Land
       
       ด้านทำเลที่ตั้งนั้นตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ บริเวณหาดจอมเทียน ถนนพัทยาใต้ จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นทำเลหัวเมืองท่องเที่ยวที่มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง เน้นการใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย และเกิดประโยชน์อย่างสูงสุดแก่ผู้อาศัย แวดล้อมไปด้วยแหล่งอำนวยความสะดวก และศูนย์รวมไลฟ์สไตล์มากมาย เช่น สวนนงนุช โรงแรมแอมบาสเดอร์ สวนน้ำการ์ตูนเน็ตเว็ค ไร่องุ่นซิลเวอร์เลค ตลาดน้ำ 4 ภาค วัดเขาชีจรรย์ เป็นต้น สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.nusasiri.com หรือ Call Center 1608 

วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

“อินเตอร์เรียลตี้” ดันบริษัทลูกรุกตลาดบ้านมือสองภาคอีสาน

อินเตอร์ เรียลตี้ฯ เปิดแผนบุกตลาดบ้านมือสองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดันบริษัทลูก IRM Extra เปิดบริการฝากขาย-ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท เน้นจังหวัดที่มีการขยายตัว นครราชสีมา ขอนแก่น และอุดรธานี เผยขณะนี้มีพอร์ตทรัพย์มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท มั่นใจตลาดขยายตัวทั้งผู้ซื้อรายย่อย และนักลงทุน เพราะเป็นภูมิภาคที่มีการพัฒนาระบบคมนาคมต่อเนื่อง
ธนันทร์เอก หวานฉ่ำ

       
       นายธนันทร์เอก หวานฉ่ำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ เรียลตี้แมเนจเม้นท์ จำกัด (IRM) และอดีตนายกสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทยเปิดเผยว่า หลังจากเปิดตัวบริษัทในเครือภายใต้แบรนด์ “บริษัท ไออาร์เอ็ม เอ็กซ์ตร้า จำกัด” (IRM Extra) เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น และอุดรธานี ทั้งยังได้เปิดบริการรับฝากขาย-ให้เช่าในส่วนของตลาดอสังหาริมทรัพย์มือสอง ครอบคลุมทั้งบ้าน และคอนโดที่บริหารจัดการอยู่ และกำลังขยายฐานการบริการเพิ่มไปสู่ตลาดซื้อ-ขายทั่วไปเพื่อรองรับตลาด
       
       อสังหาริมทรัพย์มือสองในภูมิภาคดังกล่าวที่มีแนวโน้มว่าปริมาณเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการเปลี่ยนที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคและมีปริมาณบ้านมือสองในตลาดมากขึ้น เนื่องจากกลุ่มผู้บริโภคที่มีรายได้เพิ่มขึ้นจึงต้องการซื้อคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งยังมีกลุ่มนักลงทุนที่ซื้อเพื่อเก็งกำไร มีทั้งให้เช่า และขายต่อเป็นมือสองค่อนข้างมากพอสมควร ทั้งยังมีบ้านที่เหลือขาย และยังไม่โอนจากโครงการต่างๆ นอกจากนี้แล้ว ภาคอีสานได้รับความสนใจจากนักลงทุนหลังจากมีข่าวเรื่องการพัฒนาการระบบคมนาคม ส่งผลให้ตลาดบ้านมือสองมีการขยายตัวมากขึ้น
       
       นายธนันทร์เอก กล่าวเพิ่มเติมว่า โดยเฉพาะตลาดในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งขณะนี้มีทรัพย์ประเภทบ้านมือสองที่ให้ความไว้วางใจ IRM Extra ทำหน้าที่บริหารงานขายมูลค่ามากกว่า 300 ล้านบาท และจากการทำตลาดอย่างต่อเนื่องคาดว่า ตลาดดังกล่าวน่าจะมีแนวโน้มการขยายตัวเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 20% โดยคาดว่าสิ้นปี 2558 จะมีทรัพย์เข้ามาอยู่ในพอร์ตการบริหารเพิ่มขึ้นประมาณ 500 ล้าน
       
       นอกจากนี้แล้ว ยังมีแผนที่จะเปิดตลาดอสังหาริมทรัพย์มือสองในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเพิ่มเติมภายในต้นปี 2559 โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ประมาณ 200 ล้าน เนื่องจากสถานการณ์ของตลาดในส่วนกลางมีการแข่งขันสูง ซึ่งแตกต่างจากตลาดในส่วนภูมิภาคอย่างชัดเจน เนื่องจากคู่แข่งในตลาดยังมีน้อย และส่วนใหญ่จะเป็น Broker ท้องถิ่นซึ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นคนละกลุ่มกับของบริษัทฯ

Cr. http://manager.co.th/

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

พระราม 2 ฮอต! ผังเมืองเปลี่ยนสีจุดเปลี่ยนอสังหาฯ

พระราม 2 ฮอต! ผังเมืองเปลี่ยนสีจุดเปลี่ยน
อสังหาฯ
อสังหาฯ พระราม 2 ฮอตไม่หยุดจุดเปลี่ยนทำเลทองหลังสีผังเมืองเปลี่ยนใช้ประโยชน์ที่ดินได้มากขึ้น ทั้งยังได้เปรียบในเชิงภูมิศาสตร์เดินทาง เข้า - ออก สู่ใจกลางเมืองย่านสีลม-สาทรได้สะดวก รวดเร็ว ทั้งคนในพื้นที่เป็นเจ้าของธุรกิจมีกำลังซื้อสูงหนุนราคาที่ดินพุ่งเท่าตัว ด้าน “ปริญญา เธียรวร” ซีอีโอ วี.เอ็ม.พี.ซี. สบช่องธุรกิจแทรกช่องว่างตลาดผุดบ้านเดี่ยวทำเลเด่น ครบทุกฟังก์ชั่นการใช้สอย “แอสเทรา ไพร์ด @ พระราม2” 47 ยูนิตราคาเริ่ม 24.9 ล้านบาทรวมมูลค่า 1,300 ล้านบาท ในปีนี้พร้อมวางแผนโครงการใหม่ปีหน้าย่านพระราม 2 อีกโครงการมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท
       
       พระราม 2 เป็นทำเลทองที่มีความเคลื่อนไหวการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาอย่างต่อเนื่อง และเห็นภาพชัดเจนขึ้นเมื่อ ปี 2556 ที่มีเหล่าบรรดาบิ๊กเนมอสังหาฯ เข้าไปปักหมุดผุดโครงการดันราคาที่ดินพุ่งเฉียดเท่าตัว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีการปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินของหน่วยงานรัฐที่ประกาศปรับสีผังเมืองใหม่จากสีเหลือง-ส้มเป็นสีส้ม ทำให้สามารถสร้างอาคารขนาดใหญ่ได้ ทั้งนี้หากแต่มองทางด้านกายภาพของทำเลย่านพระราม 2 นั้นสามารถแบ่งได้เป็น 4 โซนหลักๆ ดังนี้ โซน A เริ่มตั้งแต่ถนนสุขสวัสดิ์-วงแหวนรอบนอก โซน B ช่วงวงแหวน-วัดพันท้ายนรสิงห์ (ขอบกทม.) โซน C วัดพันท้ายนรสิงห์-สมุทรสาคร (พอร์โต้ ชิโน่) และ โซน D ตั้งแต่สมุทรสาคร-เพชรบุรี โดยแต่ละช่วงของทำเลดังกล่าวก็มีความเคลื่อนไหวการลงทุนอสังหาฯ ที่แตกต่างกัน
       
       ทั้ง 4 โซน A กับโซน C มีศักยภาพมากสุด “ปริญญา เธียรวร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท วี.เอ็ม.พี.ซี. จำกัด กล่าวให้ความเห็นพร้อมกับขยายความว่า โซน A ได้ประโยชน์จากการปรับสีผังเมืองใหม่ ส่วน โซน C ก็เป็นโซนที่มีการตั้งโรงงานหรือลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีนิคมสินสาคร มีโรงงานแช่แข็งรายใหญ่ตั้งอยู่หลายราย และเป็นทำเลที่คนมีเงินอยู่อาศัยมากสุด ขณะที่ โซน B พื้นที่ย่านนั้นเป็นเขตสีผังเมืองเขียว-ลาย สร้างที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวได้อย่างน้อย 100 ตร.ว. ขึ้นไป
       
       นอกจากนี้หากพิจารณาถึงศักยภาพทางด้านภูมิศาสตร์แล้วจะเห็นว่าโซนพระราม 2 สามารถเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ(ย่านสีลม-สาทร)ได้เร็วมากใช้เวลาไม่เกิน 45 นาที และสามารถเลือกใช้เส้นทางได้หลายทางซึ่งเทียบกับทำเลโซนรามอินทรา กม.12 หากจะเดินทางมายังสีลม-สาทร ก็สามารถเลือกใช้ทางด่วนเส้นทางเดียวเท่านั้น และในอนาคตหากเส้นทางการก่อสร้างรถไฟฟ้าวิ่งต่อสายสีม่วงถึง ประชาอุทิศ-วงแหวนอุตสาหกรรมบริเวณแยกสุขสวัสดิ์ตัดพระราม 2 จะมีสถานีรถไฟฟ้า ยิ่งจะมีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ทั้งโรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน สวนสาธารณะ ประกอบกับในอนาคตทำเลใกล้เคียงอื่นๆ อาทิ ย่านเจริญนคร ที่มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ เช่น ไอคอนสยาม จะยิ่งช่วยสนับสนุนให้ทำเลทองกรุงเทพฝั่งตะวันตกบูมยิ่งขึ้น ทิศทางการขยายตัวของเมืองเปลี่ยนจะช่วยเพิ่มมูลค่าของอสังหาฯ ได้ในอนาคต
       
       ด้วยศักยภาพของทำเลที่ตั้งทำให้มีผู้ประกอบการจำนวนมากเข้ามาพัฒนาโครงการชิงส่วนแบ่งการตลาดจากผู้ประกอบการท้องถิ่น และส่วนใหญ่เป็นโครงการคอนโดมิเนียม แต่สำหรับบริษัทฯ ได้พยายามที่จะหาช่องว่างทางการตลาดซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จด้านการขายค่อนข้างมาก และเพื่อเป็นการทดลองจึงลงทุนในโครงการที่ขนาดไม่ใหญ่ โดยโครงการแรกคือ โครงการเอสเทร่า เรสซิเด้นท์ พระราม 2 - พุทธบูชา บ้านเดี่ยวสไตล์โมเดิร์น จำนวน 10 ยูนิตมูลค่าโครงการรวม 150 ล้านบาท เป็นบ้านขนาด 3 ชั้นครึ่ง บนพื้นที่ 62 ตร.ว.ขึ้นไป พื้นที่ใช้สอย 365 ตร.ม. จอดรถได้ 3 คัน
       
       โดยภาพรวมของตลาดราคาบ้านในย่านนั้นราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 7 ล้านบาทต่อยูนิต บริษัทฯ พัฒนาออกมาขายเพียง 10 ยูนิต ๆ ละ 15 ล้านบาท ขายหมดในปีเดียวและเป็นที่น่าสังเกตได้ว่า ณ วันที่เปิดจองคุณลูกค้า 3 ใน 7 ระบุจะจ่ายเงินสด โดยใน 7 ท่าน ที่ซื้อระบุว่าจะขอสินเชื่อเงินกู้จากธนาคาร แต่เมื่อสร้างเสร็จและถึงกำหนดส่งมอบโอนบ้านให้ลูกค้าจะเห็นว่า 7 ท่านเดิม ที่ระบุว่าจะขอกู้ ธนาคารนั้นกลับซื้อบ้านด้วยเงินสด ขณะที่ 3 ท่านที่ระบุจะจ่ายสด ณ วันโอนนั้นเปลี่ยนเป็นการขอกู้ธนาคารแทน ซึ่งนั่นสะท้อนภาพชัดว่าผู้ที่ต้องการซื้อและอยู่อาศัยในย่านนั้นเป็นกลุ่มคนมีเงิน ซึ่งปัจจุบันโครงการดังกล่าวก็โอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกค้าแล้วทั้งหมด 

พระราม 2 ฮอต! ผังเมืองเปลี่ยนสีจุดเปลี่ยนอสังหาฯ
จากข้อมูลที่มีและประสบการณ์ที่ได้จากโครงการแรกทำให้บริษัทฯ กล้าที่จะเดินหน้าลงทุนในโครงการที่ 2 ซึ่งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าที่บริเวณแยกสุขสวัสดิ์ตัดพระราม 2 คือ โครงการ แอสเทรา ไพร์ด @ พระราม 2 บนเนื้อที่กว่า 10 ไร่ พัฒนาเป็นบ้านเดี่ยว 47 ยูนิต มูลค่า 1,300 ล้านบาท โดยแต่ละยูนิต ตั้งอยู่บนเนื้อที่เริ่ม 60 ตร.ว.ขึ้นไป พื้นที่ใช้สอย 480 ตร.ม. เป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้นให้เลือก 3 แบบ ขนาด 3 ห้องนอนและ 2 ห้องนอน ห้องรับแขก ห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำ จอดรถได้ 3 คัน เป็นบ้านสร้างเสร็จก่อนขายราคาเริ่ม 24.9 ล้านบาทขึ้นไป
       
       “กลุ่มลูกค้าที่ซื้อโครงการ Astera Pride @ Rama II จะเหมือนกับโครงการแรกคือ ซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัยจริงมากกว่า 2 ครั้ง ซึ่งหมายความว่าคนที่ซื้อเกือบ 100% เคยมีประสบการณ์ในการเลือกซื้อบ้านมาพอสมควร และถึงแม้เราจะเป็นแบรนด์ใหม่แต่ก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค” นายปริญญา กล่าว
       
       พร้อมกันนี้ผู้บริหารของ บริษัท วี.เอ็ม.พี.ซี. ยังระบุว่า การพัฒนาโครงการในแต่ละโครงการนั้นจะให้ความสำคัญในเรื่องของทำเลที่ตั้งโครงการ ที่อยู่อาศัยทุกยูนิตจะให้เน้น และใส่ใจในรายละเอียดทุกประเด็นตามหลักปรัชญาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทที่ว่า “ทำบ้านที่ดีให้คนอยู่จริงๆ” ซึ่งบ้านที่ดีจะต้องดีทั้งภายในและภายนอก เพื่อให้ใช้ประโยชน์ได้คุ้มที่สุด และที่อยู่อาศัยแต่ละหลังจะมีการออกแบบให้ถูกหลัก ฮวงจุ้ย คำนึงถึงความเหมาะสมทิศทางของลม และแสงเป็นหลัก นอกจากนี้ในปี 2559 มีแผนจะพัฒนาโครงการใหม่อีก 1 แห่งย่านพระราม 2 เป็นโครงการขนาดค่อนข้างใหญ่ เป็นบ้านเดี่ยว 200 ยูนิต มูลค่ารวมกว่า 2,300 ล้านบาท
       
       “การชะลอตัวของเศรษฐกิจ และระดับหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นได้ส่งผลกระทบเชิงลบต่อภาคธุรกิจ เรียลเซกเตอร์ซึ่งก็รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ด้วยเหตุนี้จึงอาจเห็นจุดเปลี่ยนของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ใหญ่หลายรายหันมาพัฒนาธุรกิจในรูปแบบเช่าหรือเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีก เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างฐานรายได้กระจายความเสี่ยง แทนที่ที่อดีตเคยทำเฉพาะพัฒนาเพื่อขายเพียงอย่างเดียว” นายปริญญา กล่าว

Cr. http://manager.co.th/