แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อนันดา ดีเวลอปเมนท์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อนันดา ดีเวลอปเมนท์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2558

อนันดาฯ ปลื้มยอดขายแคมเปญ "ANANDA URBAN PULSE" ประสบความสำเร็จเหนือความคาดหมาย


อนันดาฯ ทะลุเป้าไตรมาส 3 ปลื้มยอดขายแคมเปญ "ANANDA URBAN PULSE" ประสบความสำเร็จเหนือความคาดหมาย
บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) โชว์ความสำเร็จบรรลุเป้าไตรมาส 3 ด้วยยอดขายเกินกว่า 4,400 ล้านบาท จากเป้าที่วางไว้ พร้อมประกาศความสำเร็จจากการจัดแคมเปญ “ANANDA URBAN PULSE” สามารถกวาดยอดขายในงานรวมกว่า 3,000 ล้านบาท ลูกค้าให้การตอบรับเป็นอย่างดี มั่นใจกำลังซื้อคอนโดฯ ติดรถไฟฟ้ายังไปได้ดี ชี้คนรุ่นใหม่ยังต้องการใช้ชีวิตสะดวกสบายใกล้รถไฟฟ้า เชื่อมั่นความแข็งแกร่งของแบรนด์ ไอดีโอ และทำเลที่ดีทีสุด ตอบโจทย์ Best Value for Money ครองใจลูกค้าอย่างต่อเนื่องด้วยดีเสมอมา เชื่อว่าสามารถบรรลุเป้าหมายทั้งปีตามที่ตั้งไว้

นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า กล่าวว่า  กำลังซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้ายังไปได้ดีอย่างต่อเนื่อง ได้รับการตอบรับอย่างน่าพอใจจากกลุ่มลูกค้า Gen C ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทให้ได้มาสัมผัสประสบการณ์ชีวิตเมืองรูปแบบใหม่ภายในงาน ฉลองความสำเร็จการจัดงาน “ANANDA URBAN PULSE” ระหว่างวันที่ 12-16 สิงหาคม 2558 ที่รวมสุดยอดคอนโดติดรถไฟฟ้างานใหญ่แห่งปี โดยยอดผู้สนใจร่วมงาน 5 วันกว่า 6,500 คน เชื่อลูกค้ามีความมั่นใจในแบรนด์ ไอดีโอ รวมถึงความแข็งแกร่งทางด้านทำเลที่ดีที่สุด การออกแบบที่ทันสมัย และคุณภาพด้านการก่อสร้างเป็นอย่างดีเหมือนที่ผ่านมา

ซึ่งผลของการจัดแคมเปญใหญ่ ANANDA URBAN PULSE ในครั้งนี้ ส่งผลให้บริษัทสามารถสร้างยอดขายจากคอนโดมิเนียมทั้งหมด รวมกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งประสบความสำเร็จตามเป้าที่ได้วางเอาไว้ และจากยอดขายดังกล่าวสามารถสะท้อนให้เห็นถึงดีมานด์สินค้าคอนโดมิเนียมในทำเลศักยภาพแนวรถไฟฟ้า ตลอดจนความมั่นใจของลูกค้าต่อศักยภาพสินค้าของบริษัทได้เป็นอย่างดี

สำหรับไฮไลต์ภายในงานนอกจากรวบรวมคอนโดมิเนียมของอนันดาฯ กว่า 8 โครงการในทุกแบรนด์ทุกทำเลติดรถไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง ยังมีการเปิดตัวโครงการใหม่ล่าสุด 4 โครงการ บน 4 ทำเลศักยภาพที่ดีที่สุด คิว ชิดลม เพชรบุรี  (Q Chidlom - Petchaburi) ไอดีโอ สุขุมวิท 115 (IDEO Sukhumvit 115) ไอดีโอ โอทู (IDEO O2)   ส่วนโครงการ คิว เทอร์ตี้ วัน (Q Thirty-One)เปิดให้ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์และข้อมูลก่อนใคร เริ่มเปิดจองครั้งแรกปลายปี 58 ซึ่งทุกโครงการมีความโดดเด่นในเรื่องของทำเลที่ตั้งโครงการ ด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียด ทั้งการคัดสรรทำเลที่ตั้งโครงการที่ดีที่สุด การออกแบบพื้นที่ใช้สอยให้สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพทุกตารางนิ้ว การดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี

โดยยอดขายรวมของ 3 โครงการใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวและนำมาเปิดขาย สามารถสร้างมูลค่ายอดขายรวมกว่า 60% ของยูนิตที่เปิดขายสำหรับโครงการใหม่ (มูลค่าที่เปิดขายรวมทั้งหมด 4,450 ล้านบาท)

โครงการ ไอดีโอ โอ ทู ที่มีส่วนกลางกว่า 10 ไร่ และเพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย สามารถสร้างยอดขายได้ 240 ยูนิต (มูลค่า 688 ล้านบาท) หรือกว่า 43% จาก 1 อาคารที่นำมาเปิดขาย ซึ่งประสบความสำเร็จสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้

สำหรับโครงการ ไอดีโอ สุขุมวิท 115 ก็สามารถสร้างยอดขายได้สำเร็จสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้เช่นกัน โดยสร้างยอดขายทั้งสิ้น 342 ยูนิต (มูลค่า 865 ล้านบาท) หรือคิดเป็นกว่า 64% จากที่เปิดขายเพียง 50% ของโครงการ

สำหรับโครงการที่ไม่ได้อยู่ใจกลางเมืองหรือบริเวณส่วนต่อขยาย ยอดขายโดยส่วนใหญ่จะมาจากลูกค้าที่อยู่อาศัยในบริเวณพื้นที่รอบโครงการเป็นหลัก ซึ่งโครงการไอดีโอ โอทู และ โครงการไอดีโอ สุขุมวิท 115 ก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้ากลุ่มดังกล่าวดีเกินความคาดหมายที่ตั้งไว้

ส่วนโครงการ คิว ชิดลม-เพชรบุรี เป็นโครงการที่มีความโดดเด่นในเรื่องทำเลที่ตั้ง และนวัตกรรมการออกแบบ ซึ่งเป็นโครงการที่มีความคุ้มค่า สามารถสร้างยอดขายได้ทั้งสิ้น 127 ยูนิต (มูลค่า 1,080 ล้านบาท) หรือคิดเป็น 72% จากที่นำมาเปิดขายเพียง 50% ของทั้งโครงการ ภายในช่วงระยะเวลาของการจัดงานเท่านั้น ซึ่งโดยปกติบริษัทตั้งเป้ายอดขายโครงการไว้ที่ประมาณ 40% ภายในระยะเวลา 3 เดือนแรก

สำหรับโครงการพร้อมอยู่ที่นำมาจัดโปรโมชั่นภายในงานก็ได้รับการตอบรับที่น่าพอใจจากลูกค้าเช่นกัน ซึ่งลูกค้าสามารถเข้าอยู่ฟรีได้นานถึง 760 วัน พร้อมได้รับสิทธิพิเศษอื่นๆอีกมากมายภายในงาน

"การจัดงาน ANANDA URBAN PULSE ในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การกระตุ้นการรับรู้และการตัดสินใจของลูกค้าได้อย่างดีในช่วงต้นของครึ่งปีหลัง ซึ่งการจัดงานในช่วง 5 วันที่ผ่านมา บริษัทได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าเป็นอย่างมาก  การประสบความสำเร็จเกินความคาดหมายมาจากการที่บริษัทสามารถพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้เป็นอย่างดี ทั้งในด้านทำเลที่ตั้งที่ดีที่สุด การออกแบบที่ทันสมัย และความคุ้มค่าในการลงทุน ซึ่งผมเชื่อว่าเราจะสามารถสร้างยอดขายได้เพิ่มสูงขึ้นเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ในอนาคตอย่างแน่นอน  โดยที่ในไตรมาส 4 บริษัทยังมีแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ที่โดดเด่นอีกหลายโครงการ ซึ่งคาดหมายว่าบริษัทจะได้รับการตอบรับที่ดีเหมือนเช่นที่ผ่านมาและสามารถบรรลุผลตามเป้าหมายที่วางไว้อีกครั้ง" นายชานนท์กล่าว

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2558

5 บิ๊กแบรนด์...ผ่าครึ่งปีหลัง ปีทองผู้บริโภค-ช็อปคอนโดฯต้นทุนเดิม

เลาะขอบเวทีสัมมนา "ผ่ากลยุทธ์กระตุ้นตลาดคอนโดปี 2558" จัดโดยสมาคมอาคารชุดไทย เมื่อเร็ว ๆ นี้ รวบรวมกูรูวงการอสังหาริมทรัพย์ 5 ค่าย ได้แก่ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท, บมจ.แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ LPN, บมจ.เอพี (ไทยแลนด์), บมจ.อนันดา ดีเวลอปเมนท์และ บมจ.ศุภาลัย ครองส่วนแบ่งตลาดคอนโดมิเนียมรวมกัน 35% มาช่วยกันแจมมุมมองแนวโน้มครึ่งปีหลัง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในปัจจุบัน



ครึ่งปีแรกโตระเบิด 72%

"ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต" ผู้บริหารจากค่ายพฤกษา เรียลเอสเตท ในฐานะนายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ภาพรวมตลาดคอนโดฯครึ่งปีแรก มีมูลค่าตลาดรวม 1 แสนล้านบาท เติบโตถึง 72% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ประมาณการปีนี้ทั้งปีโต 27% มูลค่า 1.8 แสนล้านบาท

โดยมีข้อมูลเชิงลึกคือ มูลค่าเติบโตที่ต้องจับตามาจากกลุ่มกำลังซื้อระดับบน ราคาเกิน 5 ล้านบาท/ยูนิต มีซัพพลายเข้ามาเพิ่มสูง คิดเป็นสัดส่วน 54% ของยอดเปิดตัวใหม่ ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มคอนโดฯมูลค่าเกินยูนิตละ 10 ล้านบาท สัดส่วนถึง 31% สะท้อนว่าปีนี้บริษัทผู้พัฒนาโครงการหันมาจับตลาดไฮเอนด์มากขึ้น เพราะมองเห็นเทรนด์ความต้องการอยู่อาศัยใกล้ชิดระบบราง ใกล้ใจกลางเมืองได้รับความนิยมมากขึ้น

ภาวะขายดีกำลังซ้อนเป็นภาพเดียวกันกับบิ๊กแบรนด์ "แข่งกันขาย" นำไปสู่ข้อกังวลของสมาคม เนื่องจากสถิติห้องชุดเปิดตัวใหม่กำลังฟ้องว่า ราคา ตร.ม.ละ 2-3 แสนบาทมาแรงสุด ในขณะที่ลูกค้าเศรษฐีก็มีจำกัด เพราะคอนโดฯที่จองซื้อวันนี้กว่าจะสร้างและโอนคือปี 2560 โจทย์ใหญ่คือทำยังไงไม่ให้เกิดปัญหาฟองสบู่ในกลุ่มคอนโดฯราคาแพงในอนาคต

เอพีงัด 3 สูตรคุมเก็งกำไร

"วิทการ จันทวิมล" ผู้บริหารค่ายเอพี(ไทยแลนด์) บริษัทที่เพิ่งประสบความสำเร็จกวาดยอดขายคอนโดฯ 1 หมื่นล้านบาท ในช่วง 2-3 สัปดาห์ จากแคมเปญ 1 ก้าวถึงรถไฟฟ้า มาบอกเล่าว่า กลยุทธ์ที่เอพีฯทำ

มี 3 เรื่อง 1.การเลือกทำเล คัมภีร์อสังหาริมทรัพย์ที่บอกว่า "ทำเล ทำเล ทำเล" อย่างเดียวไม่พอ จะต้องเป็น "ทำเลเหนือทำเล" เช่น โซนสุขุมวิท แม้จะเป็นไพรมแอเรีย แต่ไม่ได้หมายความว่าตลอดเส้นถนน

จะลงทุนคอนโดฯไฮเอนด์ได้ทุกจุด เป็นต้น

2.การตั้งราคา จุดเน้นคือจะต้องทำให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายสามารถซื้อได้ (Affordable)ยกตัวอย่าง คอนโดฯไลฟ์ อโศก ราคาตลาดตร.ม.ละ 1.4-1.5 แสนบาท แต่บริษัทเลือกที่จะขาย ตร.ม.ละ 1.2 แสนบาท เป็นต้น 3.เทคนิคการขาย จุดเน้นคือควบคุมนักเก็งกำไรไม่ให้เข้ามามากเกินไป เช่น คุมไม่ให้ลูกค้า 1 คนซื้อเกิน 2-4 ยูนิต ถ้าเป็นรายเดิมวนมาซื้อหลายรอบก็จะถูกตัดสิทธิ์ เป็นต้น

"ทั้งหมดนี้เป็น 3 สูตรที่เราพยายามย้ำกับทีมงาน เพราะในสถานการณ์แบบนี้เราควรบริหารความเสี่ยง ไม่ให้คนถือสต๊อกเยอะและเก็งกำไร เพราะวันนี้ขายห้องหมดไม่ใช่ว่าจะซักเซส ต้องไปดูวันโอนกรรมสิทธิ์ในอนาคตด้วย"

ศุภาลัยชี้ปีทองผู้บริโภค

"ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม" ผู้บริหารค่ายศุภาลัย เปิดมุมมองในฐานะเจ้าตลาดต่างจังหวัดทั้งแนวราบและแนวสูงว่า ภาพรวมอสังหาฯปีนี้ไม่ได้แย่อย่างที่ทุกคนบอก ไม่ว่าจะเป็นกระแสข่าวหนี้ครัวเรือนสูง รถไฟฟ้าชะลอเปิดบริการ ฯลฯ โดยยอดขายโครงการในต่างจังหวัดครึ่งปีแรก 2558 ยังบวก 10% รายได้บริษัทบวก 75% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ยืนยันว่าตลาดไม่ได้แย่ขนาดนั้น แต่...ก็ไม่ได้ดีเหมือนกันทุกคน

มีการตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ตลาดสินเชื่อบ้านประเทศไทยกลับด้านเมื่อเทียบในต่างประเทศ ซึ่งใช้ระบบให้ลูกค้าแอปพรูฟสินเชื่อก่อนจะซื้อบ้าน ขณะที่เมืองไทยและอีกไม่กี่ประเทศในโลก ตัวสินเชื่อบ้านจะทำก่อนโอนกรรมสิทธิ์ 1 เดือน เท่ากับให้ผู้ซื้อผ่อนงวดเงินดาวน์บนความเสี่ยงว่าสินเชื่อตอนโอนจะผ่านการอนุมัติหรือไม่ ที่สำคัญทำให้เกิดตลาดเก็งกำไรโดยปริยาย

อย่างไรก็ตาม "ไตรเตชะ" ส่งสัญญาณถึงผู้บริโภคว่า ปีนี้มีปัจจัยบวกจากอัตราดอกเบี้ยต่ำ ทำให้ลูกค้ากลุ่มตลาดกลาง-ล่างสามารถเข้าถึงราคาคอนโดฯ 1-2 ล้านได้มากขึ้น ในขณะที่ยังมีตัวช่วยอื่น ๆ อีกเช่น ภาวะการแข่งขันสูง ต้นทุนวัสดุ-แรงงานยังไม่ปรับขึ้น และยังไม่ถูกเมกะโปรเจ็กต์ภาครัฐแย่งตัว ราคาอสังหาฯจึงเป็นราคาต้นทุนเดิม

"ปีนี้เป็นปีทองผู้บริโภคอย่างแท้จริง เศรษฐกิจอย่างทุกวันนี้ ผมอยากขึ้นราคาก็ขึ้นไม่ได้ การขายก็เป็นราคาต้นทุนเดิม ค่าก่อสร้างปรับลดลงด้วยซ้ำ ปีนี้ผมมีรับเหมาในมือมากกว่า 18 เดือนที่แล้วถึง 100% กลายเป็นว่าปัญหาคือมีผู้รับเหมามากเกินไป"

อนันดาฯมุ่งลูกค้าเจน C

"ชานนท์ เรืองกฤตยา" ผู้บริหารค่ายอนันดาฯ นำเสนอกลยุทธ์ที่น่าสนใจ บอกว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายคำนิยามของบริษัท คือ "เจน ซี" Gen C หมายถึง สะดวกสบาย (Convenient) หาลูกค้าตัวจริงให้เจอ ตอบโจทย์ให้ครบ ยอดขายและแบรนด์ลอยัลตี้จะไม่ไปไหนแน่นอน

ประสบการณ์คือตอนเข้าตลาดเมื่อปี 2540 วิกฤตต้มยำกุ้ง เริ่มจับตลาดคอนโดฯราคา 2 ล้านบาทบวกลบ บนเกมที่เลือกจะเล่นต่อ โจทย์คือการใช้รถไฟฟ้ามีจริงหรือไม่ คำตอบคือใช่ พฤติกรรมลูกค้าเลือกซื้อโครงการในทำเลทางด่วน โครงข่ายรถไฟฟ้า และเป็น Norm ใหม่ของความต้องการผู้บริโภคยุคปัจจุบัน

"เจน C มุมมองของผม พยายามกลับมามองว่า อนาคตแต่ละกลุ่มลูกค้าจะมีความยาก เราพยายามสะท้อนความต้องการผู้บริโภคให้ชัดเจนจริง ๆ ตลาดเบสิกผมไม่เล่นแล้วนะ จะเริ่มปรับกลยุทธ์มาทางตลาดที่จะตอบสนองความต้องการเฉพาะเจาะจง เป็นนิชมาร์เก็ต และเมื่อเราทำตลาดนิช เราก็จะไม่ทำแมสอีเวนต์แล้วนะเท่ากับเซฟคอสต์ได้อีก..."

LPN ห่วงแบงก์คุมสินเชื่อ

"โอภาส ศรีพยัคฆ์" ผู้บริหารค่าย LPN บริษัทที่มีฉายาเจ้าพ่อคอนโดฯกลาง-ล่าง กล่าวว่า ตลาดคอนโดฯ 1 ล้านบาท ที่ชะลอตัวไปช่วงเดือน พ.ย. 57-ก.พ. 58 จากสถานการณ์หนี้ครัวเรือนสูง ทำให้กำลังซื้อชะลอตัว เรียกว่ายอดขายหายไปครึ่งหนึ่ง ตัวเลขค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้นเป็นลำดับ

"...เหมือนกับผู้บริโภคกำลังชั่งใจ 4 เดือนมานี้ ผู้บริโภคกำลังรออะไรบางอย่าง สัญญาณบวกเริ่มกลับมาหลังเดือน มิ.ย.ที่ยอดขายกลับมาเป็นปกติ สัปดาห์เฉลี่ย 300 ล้าน"

ดังนั้นเชื่อว่าดีมานด์ตลาดล่างยังมีต่อเนื่องแต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคืออัตราปฏิเสธสินเชื่อ จะต้องมีมาตรการดูแลลูกค้าเป็นพิเศษ เช่น ทำพรีแอปพรูฟล่วงหน้า 6 เดือน เพื่อให้ลูกค้ามีเวลาแก้ไขการเงินกรณีรายที่มีแนวโน้มกู้ไม่ผ่าน

"ในการทำธุรกิจ ไม่ว่าช่วงเวลาที่แย่ที่สุดหรือดีที่สุด มีโอกาสอยู่เสมอ เวลาดีสุดมีช่องว่างเสมอ เวลาแย่สุดก็มีโอกาสเช่นกัน"

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat