แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พฤกษา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พฤกษา แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ทุกข์ของคนซื้อบ้าน ใช่ว่า “แบรนด์ดัง” จะไม่มีปัญหา! “เอพี-แสนสิริ-พฤกษา-ควอลิตี้เฮาส์” มีหมด


ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -“บ้าน” นับเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงที่คนคนหนึ่งอาจจะซื้อได้เพียงหลังเดียวในชีวิต ทำให้ต้องคิดแล้วคิดอีก เลือกแล้วเลือกอีก ทั้งทำเลซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของบ้าน และชื่อเสียงของผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์
       
       แต่ใช่ว่าทุกคนจะสมหวังกับบ้านที่ตัวเองเลือกเสมอ เพราะที่ผ่านมาปรากฏข่าวคราวปัญหาหรือที่เรียกว่า “ทุกข์ของคนซื้อบ้าน” ให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง บางรายประสบปัญหา บ้านไม่ได้คุณภาพ ตั้งแต่ปัญหาเล็กไปจนถึงปัญหาใหญ่ ซึ่งต้องบอกว่าอยู่ที่ดวงจริงๆ เพราะแทบจะไม่มีผู้ประกอบการรายไหนไม่มีปัญหาเรื่องงานก่อสร้าง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ เมื่อเกิดปัญหาแล้วรีบเข้าไปดำเนินการแก้ไขหรือซ่อมแซมให้ลูกบ้านหรือไม่ หากรีบดำเนินการแก้ไข ซ่อมให้ก็ถือว่าดี มีจริยธรรมในการประกอบการวิชาชีพ แต่หากปฏิเสธการรับผิดชอบก็นับเป็นทุกข์ของคนซื้อบ้านขนานแท้
       
       “AP” อ่วม บ้านกลางกรุงทรุดกว่า 200 หลัง
       
       โครงการบ้านที่มีปัญหาราย ล่าสุด โครงการบ้านกลางกรุง เดอะ รอยัล เวียนนา (The Royal Viena) รัชวิภา ที่เกิดการทรุดกว่า 200 หลัง โดยตัวแทนลูกบ้านระบุว่า ถนนของหมู่บ้านทรุดตัวและดึงหน้าบ้านของลูกบ้านลาดเอียงลง ในส่วนของพื้นบ้านมีการทรุดตัว โดยเฉพาะบริเวณหน้าบ้านและหลังบ้านไม่มีเสาเข็ม เป็นแอ่งกระทะ พื้นปูดบวม ประตูรั้วบ้านปิดไม่ได้ ตัวบ้านบางส่วนมองเห็นเป็นโพรงลึก โดยเริ่มมีปัญหาพื้นถนนทรุดตัวเห็นชัดเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา และค่อยๆ ทรุดตัวลงเรื่อยๆ
       
       สรุปรวมก็คือ มีบ้านที่ทรุดหนัก 69 หลัง บ้านที่มีรอยร้าวแผลเล็กน้อยทรุดไม่มาก 213 หลัง และได้ร้องเรียนไปยัง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ซึ่งสคบ.ได้เข้าไปทำการตรวจสอบเมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา
       
       นายสิริวัฒน์ ไชยชนะ เลขาธิการวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ให้ข้อมูลว่า ปัญหาของโครงการดังกล่าวเกิดจากการทรุดตัวของดินตามปกติ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า โครงสร้างหลักของบ้านใช้เสาเข็มยาว แข็งแรงไม่มีปัญหา แต่ปัญหาการทรุดตัวที่เกิดขึ้น เป็นส่วนของลานซักล้างหลังบ้านและพื้นที่จอดรถหน้าบ้าน ซึ่งพื้นที่ทั้งสองส่วนเกือบทุกโครงการจะตอกเสาเข็มสั้นหรือบางโครงการไม่ตอกเสาเข็มแต่ใช้วิธีอัดพื้นแข็งและเทซีเมนต์ทับ ทำให้เมื่อเวลาผ่านไปพื้นที่ซักล้างและลานจอดรถจะทรุดตัวเกือบทุกโครงการ
       
       การที่โครงการดังกล่าวทรุดตัวลงมาก 50-60 เซนติเมตร อาจเกิดจากการถมดินที่สูงเกินไปจึงทำให้เกิดการทรุดตัวมากดังกล่าว ซึ่งบางหลังมีการต่อเติมเพิ่มพื้นรับน้ำหนักมากทำให้พื้นทรุดมาก บางหลังส่วนที่ต่อเติมนำมายึดกับตัวโครงสร้างหลักทำให้เกิดการแตกร้าว
       
       อย่างไรก็ตามจะต้องดูว่าการทรุดตัวเริ่มเข้าที่หรืออยู่ตัวหรือยัง ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะอยู่ตัว หรือจะมีการทรุดตัวเพิ่มเติมหรือไม่ ส่วนแนวทางการแก้ไข ทำได้ด้วยการรื้อตอกเสาเข็มบริเวณที่ทรุดตัวจะช่วยได้ ซึ่งปัจจุบันการตอกเสาเข็มไม่ใช่เรื่องยาก เพราะมีเทคโนโลยีในการตอกใหม่ๆ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใหญ่จนทำให้ต้องใช้พื้นที่ในการตอกเยอะเช่นในอดีต
       
       นายสิริวัฒน์ กล่าวต่อว่า ข้อควรแนะนำสำหรับผู้ที่จะซื้อบ้านใหม่ หากไม่ต้องการให้พื้นลานจอดรถและลานซักล้างหลังบ้านทรุดตัว หากโครงการไม่ได้ตอกเสาเข็มหรือใช้เสาเข็มสั้น ควรเจรจากับทางโครงการหรือจ่ายเงินเพิ่มเพื่อให้ทางโครงการตอกเสาเข็มยาวเพื่อป้องกันปัญหาการทรุดตัวในอนาคต
       
       ด้านนายวิษณุ สุชาติล้ำพงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ APกล่าวถึงปัญหาการทรุดตัวของโครงการ บ้านกลางกรุง เดอะ รอยัล เวียนนา ว่า ปัญหาการทรุดตัวน่าจะเกิดจาก 2 สาเหตุหลักคือ การทรุดตัวโดยปกติของพื้นที่กรุงเทพที่ปกติจะทรุดตัวปีละ 1-2 เซนติเมตร และดินทรุดตัวจากปัญหาน้ำท่วมเมื่อปี 2554 แม้ว่าพื้นที่ภายในโครงการจะไม่ท่วม แต่พื้นที่โดยรอบท่วม ประกอบกับโครงการติดกับคลองเปรมประชากรจึงทำให้พื้นดินทรุดตัวมากดังกล่าว ซึ่งโครงการดังกล่าวพัฒนามานาน โดยสร้างเสร็จและโอนบ้านหลังแรกเมื่อ 8-9 ปีที่ผ่านมา
       
       “เมื่อบริษัทได้รับแจ้ง ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ 2 ครั้งเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2557 และ 10 พฤศจิกายน 2557 โดยพบว่าบ้านที่มีการทรุดตัวเกินกว่า 10 เซนติเมตรมีจำนวน 41 หลัง ที่เหลือเป็นการทรุดตัวน้อยกว่า 10 เซนติเมตร ซึ่งบ้านในโครงการดังกล่าวพื้นที่ซักล้างและส่วนพื้นที่จอดรถจะก่อสร้างแบบอัดพื้นแข็งไม่ได้ตอกเสาเข็ม เททับด้วยซีเมนต์เวลาผ่านไปพื้นจึงทรุดตัวตามการทรุดตัวของกทม.”
        
       สำหรับแนวทางการช่วยเหลือที่ผ่านมาได้แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ บ้าน และสาธารณูปโภค โดยบ้านบริษัทกำหนดว่าหากทรุดตัวเกินกว่า 10 เซนติเมตร จะซ่อมให้โดยบริษัทจะจ่าย 70% ของค่าซ่อม ส่วนอีก 30% ลูกบ้านเป็นผู้จ่าย แนวทางการซ่อมแซมแบ่งเป็น 2 แนวทางคือ 1.บริษัทจ่ายเงินให้ ลูกบ้านเป็นผู้หาช่างมาซ่อมเอง 2.ใช้ช่างซ่อมของบริษัท ลูกค้าแสดงความจำนงซ่อมเอง 23 หลัง ส่วน 18 หลังบริษัทซ่อมให้ รวมเป็นเม็ดเงินที่บริษัทต้องจ่ายประมาณ 1 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นการทรุดตัวไม่ถึง 10 เซนติเมตรซึ่งบริษัทไม่ได้รับซ่อม ส่วนการซ่อมสาธารณูปโภคส่วนกลาง ได้แก่ ถนน สโมสร สระว่ายน้ำ กล้องวงจรปิด และซุ้มหน้าโครงการ รวมเป็นเงิน 13.3 ล้านบาท ปัจจุบันซ่อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว
       
       อย่างไรก็ตาม หากทาง สคบ.และผู้เชี่ยวชาญได้เข้าทำการสำรวจ ตรวจสอบเรียบร้อย และมีข้อสรุปอกมาว่าจะให้บริษัทดำเนินการแก้ไขอะไรบ้าง บริษัทพร้อมและยินดีที่จะรีบดำเนินการ แต่ปัจจุบันยังไม่ได้ข้อสรุป
       
       “พฤกษา” ตอกเสาเข็มพลาดไม่ได้มาตรฐาน
       
       ก่อนหน้าข่าวลูกบ้านเอพีเพียง 1 สัปดาห์ก็มีข่าวบ้านใน โครงการ เดอะ แพลนท์ บางแค ของบริษัทพฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ตอกเสาเข็มไม่ได้มาตรฐานทำให้ตัวบ้านร้าว แต่การซ่อมแซมกลับล่าช้าตามช่างหลายครั้งกว่าจะมาซ่อมบ้านให้กระทั้งล่าสุดได้มาขุดหลุมเพื่อทดสอบเสาเข็ม แต่กลับไม่มาปิดหลุมรวมเวลานานนับ 10 เดือน ที่ผ่านมาได้พยายามติดต่อผ่านหลายช่องทาง โครงการ บริษัท Call Center แต่กลับเงียบเฉย จนกระทั่งลูกบ้านต้องออกมาตั้งกระทู้ในเว็บไซต์พันทิป ซึ่งก็ได้ผลทางโครงการติดต่อกลับไปทันที และเรื่องรู้ไปถึงผู้บริหาร
       
       สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นคือ การเข้าไปดูพื้นที่ในทันที โดยเบื้องต้นระบุว่าเสาเข็มไม่ได้มาตรฐาน และพร้อมที่จะรีบดำเนินซ่อมบ้านให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด โดยปัญหาดังกล่าวส่วนหนึ่งมาจากการจ้างบริษัทภายนอกเข้ามาตอกเสาเข็มให้ ทำให้ควบคุมงานไม่ทั่วถึง และโชคดีที่เกิดปัญหาเพียงหลังเดียว
       
       “แสนสิริ” -“ควอลิตี้เฮ้าส์” ก็เจอปัญหา
       
       ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวบ้านไม่ได้มาตรฐานออกมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ บ้านเศรษฐสิริ ประชาชื่น ที่แตกลายงา ราคาบ้าน 10 ล้านบ้าน ของบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน), บ้านลัดดารมย์ ชัยพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ ราคา 8 ล้านบาทของบริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ขึ้นราทั้งหลัง , บ้านทาวน์โฮม Garden Square สุขุมวิท 77 น้ำรั่วซึมราขึ้นทั้งหลัง บ้านราคา 15 ล้านของบริษัทแสนสิริ, บ้าน Palazzo หลังคาโรงจอดรถหล่นใส่รถ ของเอพี, บ้านสราญสิริ แจ้งวัฒนะ - ติวานนท์ มีรูรั่วรอบบ้าน ของแสนสิริ
       
       นอกจากนี้ มีอีกหลายโครงการที่ไม่ได้กล่าวถึง
       
       ทั้งนี้ ความผิดพลาดในงานก่อสร้างย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ แต่ความใส่ใจ บริหารหลังการขาย การดูแลลูกค้าเมื่อมีปัญหา กระตือรือร้นที่จะแก้ปัญหา รีบส่งทีมช่างช่วยซ่อมบ้านให้กับลูกค้าเร็วแค่ไหนต่างหากที่จะทำให้ความรู้สึกของลูกบ้านดีขึ้นมาได้หลังจากที่บ้านมีปัญหา และที่กลายเป็นข่าวขึ้นมาส่วนใหญ่แล้วเกิดจากพนักงานไม่สนใจ ไม่รีบแก้ไขปัญหาให้ลูกบ้าน จนต้องร้องเรียนผ่านสื่อ ผ่านโซเชียลมีเดียทำให้ข่าวสารกระจายได้อย่างรวดเร็ว และทำให้ปัญหาได้รับการดูแลทันที พร้อมกับภาพลักษณ์ที่เสียหายของบริษัท
       
       ดังนั้น ผู้ประกอบการควรรีบดำเนินแก้ไข หรือซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้นให้แล้วเสร็จ ดีกว่าที่จะให้ลูกค้าออกมาร้องเรียนผ่านสื่อต่างๆ เพราะสุดท้ายก็ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้

Cr.http://manager.co.th/

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2558

คอนโดวิวแม่น้ำแตกทำเลราม3-ท่าน้ำนนท์ "พฤกษา-ศุภาลัย-มั่นคง"แข่งโกยลูกค้าเซ็กเมนต์1-2ล้าน/ยูนิต

ดีเวลอปเปอร์ชี้เทรนด์คอนโดฯวิวแม่น้ำ ขยายพื้นที่จากในเมืองออกกรุงเทพฯชั้นกลาง-ต่างจังหวัด จับตลาดเซ็กเมนต์ชนชั้นกลางราคาเริ่มต้นยูนิตละ 1-2 ล้านบาท "พฤกษาฯ" เปิดตัวเดอะทรี เอลิแกนซ์ฯ ใกล้ท่าน้ำนนท์ เพิ่มจุดขายให้พื้นที่ส่วนกลางเยอะ ปิดยอดขาย 2 วันแรกเกือบ 300 ยูนิต "ซีเอ็มซี-ศุภาลัย-มั่นคงฯ" ปักหมุดโซนพระราม 3-สะพานพระราม 8 "เพอร์เฟค-ริชี่เพลซ"โกยยอดขายคอนโดฯสะพานพระนั่งเกล้าไปแล้ว 50-70%

ผู้สื่อข่าวสำรวจการเปิดตัวคอนโดมิเนียมที่มีจุดขายเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาหรืออยู่ริมน้ำพบความเปลี่ยนแปลงเรื่องทำเลจากปีที่ผ่านมาเป็นโครงการระดับไฮเอนด์ย่านใจกลางเมืองได้แก่สาทร เจริญกรุง และเจริญนคร ราคาตารางเมตรละ 2-3 แสนบาทหรือ ยูนิตละ 7-10 ล้านบาทขึ้นไป แต่ด้วยที่ดินที่หายากขึ้นทุกวัน มาปีนี้ได้เกิดปรากฏการณ์ขยายพื้นที่พัฒนาคอนโดฯวิวแม่น้ำเจ้าพระยาออกมาในพื้นที่กรุงเทพฯชั้นกลาง และจังหวัดนนทบุรีมากขึ้น เช่น โซนติวานนท์ พระราม 3 สะพานพระนั่งเกล้า บางอ้อ บางพลัด ฯลฯ จับลูกค้าชนชั้นกลาง ราคาเริ่มต้นยูนิตละกว่า 1-2 ล้านบาท

พฤกษ"ฯรุกทำเลท่าน้ำนนท์

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียม บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คาดการณ์เทรนด์การเปิดตัวคอนโดฯวิวแม่น้ำ จะขยายออกมาในพื้นที่กรุงเทพฯรอบนอกและจังหวัดนนทบุรี จากเดิมกระจุกตัวอยู่ในเมืองเพียงไม่กี่ทำเล โดยเฉพาะทำเลใกล้สถานีรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้างด้วย เชื่อว่าจะเป็นที่นิยม

ล่าสุด 13-14 มิถุนายนที่ผ่านมา บริษัทเปิดตัวคอนโดฯ "เดอะทรี เอลิแกนซ์ ติวานนท์" วิวแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงท่าน้ำนนท์ สูง 42 ชั้น จำนวน 1,336 ยูนิต ห้องชุดแบบสตูดิโอ 1-2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 22-48.5 ตารางเมตร เริ่มต้นยูนิตละ 1.39 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 2,600 ล้านบาท

จุดขายมี 3 ส่วนคือ 1) เห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงท่าน้ำนนท์ 2) ใกล้รถไฟฟ้าสถานีกระทรวงสาธารณสุขและสถานีติวานนท์ และ 3) เน้นสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางในโครงการพื้นที่รวม 4-5 พันตารางเมตร เช่น ห้องเล่นพูล สระว่ายน้ำบนดาดฟ้า สกายเลานจ์ สกายวอล์กเวย์ ฯลฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันเปิดตัวโครงการเดอะทรี เอลิแกนซ์ ติวานนท์ 13-14 มิถุนายนที่ผ่านมา สามารถปิดยอดขายได้เกือบ 300 ยูนิต หรือ 70% ของห้องชุดที่เปิดขายส่วนแรกประมาณ 400 ยูนิต ปัจจุบันจัดโปรโมชั่นส่วนลดวันโอน 1 หมื่นบาท และแถมซัมซุง กาแล็คซี่ แท็บเอ มูลค่ากว่า 1 หมื่นบาท

ศุภาลัย-CMC-มั่นคงฯลุย

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บมจ.ศุภาลัย เปิดเผยว่า มีแผนเปิดตัวคอนโดฯริมน้ำในโซนพระราม 3 ราคาขายตารางเมตรละ 8-9 หมื่นบาท ในช่วงปลายปีนี้หรือปี 2559 หลังจากโครงการศุภาลัย พรีมา ริวาพระราม 3 ขายได้ 100% และอยู่ระหว่างโอน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากช่วงครึ่งปีหลังบริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการในทำเลใกล้เคียงกัน หากยอดขายดีก็จะเปิดตัวคอนโดฯริมน้ำต่อเนื่องช่วงปลายปีนี้

ทั้งนี้ จากประสบการณ์พัฒนาคอนโดฯริมน้ำในย่านเจริญนครและพระราม 3 แล้ว 4 โครงการ ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าซื้ออยู่จริง อยู่อาศัยเป็นครอบครัว จึงควรมีที่จอดรถเกิน 100% ของจำนวนห้องชุด เพราะทำเลไม่ได้อยู่ใกล้รถไฟฟ้า และควรมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากกว่าปกติ เช่น มีสวนพักผ่อนมากกว่า 1 จุด ฯลฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ บมจ.เจ้าพระยามหานคร (ซีเอ็มซี) เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาเปิดตัวโครงการชาโตว์ อินทาวน์ พระราม 8 คอนโดฯวิวแม่น้ำเจ้าพระยาสูง 13 ชั้น จำนวน 506 ยูนิต แบบ 1-2 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 28-70 ตารางเมตร ตกแต่งเฟอร์นิเจอร์พร้อมอยู่ ราคาเริ่มต้นยูนิตละ 2.1 ล้านบาท หรือตารางเมตรละ 7.5 หมื่นบาท มียอดขาย 85% ส่วน บมจ.มั่นคงเคหะการ เตรียมเปิดตัวโครงการคอนโดฯวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้สะพานพระราม 8 ในครึ่งปีหลัง เป็นตึกสูง 13 ชั้น รวม 300 ยูนิต ราคาเฉลี่ยยูนิตละ 2.4 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 730 ล้านบาท

เมโทรฯ-ราชพาร์คขาย 50-70%

นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต รองประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาธุรกิจ บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค เปิดเผยว่า เห็นด้วยว่าปัจจุบันเทรนด์การพัฒนาคอนโดฯริมน้ำขยายออกมารอบนอกมากขึ้น เนื่องจากโครงการริมน้ำย่านสาทร เจริญกรุง มีราคาสูงตารางเมตรละ 2-3 แสนบาท ปีที่ผ่านมาเพอร์เฟคจึงเปิดโครงการเมโทรลักซ์ ริเวอร์ฟร้อนท์ รัตนาธิเบศร์ มูลค่าโครงการ 1.6 พันล้านบาท อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงสะพานพระนั่งเกล้า และใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วงสถานีไทรม้า

จุดขายคือที่ดินมีหน้ากว้างติดแม่น้ำเจ้าพระยา 120 เมตร และออกแบบสระว่ายน้ำอยู่ใกล้ริมน้ำ ปัจจุบันราคาขายตารางเมตรละ 7 หมื่นบาท มียอดขาย 50% จากทั้งหมดกว่า 800 ยูนิต

ดร.อาภา อรรถบูรณ์วงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ริชี่เพลซ (2002) เปิดเผยว่า ได้เปิดตัวโครงการริชพาร์ค@เจ้าพระยา บริเวณเชิงสะพานพระนั่งเกล้า ห่างสถานีไทรม้า 80 เมตร เป็นตึกสูง 33 ชั้น จำนวน 633 ยูนิต ราคาเริ่มต้นตารางเมตรละกว่า 6 หมื่นบาท เห็นวิวแม่น้ำได้ตั้งแต่ชั้น 8 ปัจจุบันมียอดขาย 70% โดยเฉพาะห้องชุดด้านที่เห็นวิวแม่น้ำ ถึงแม้ราคาสูงกว่าด้านซิตี้วิวเฉลี่ยตารางเมตรละ 8 พันบาท แต่ขายเกือบหมดแล้ว

ผู้สื่อข่าวสำรวจโครงการคอนโดฯวิวแม่น้ำตามแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงบางซื่อ-ท่าพระ พบว่ามียอดขายดี ได้แก่ 1) โครงการเดอะทรี ริโอ บางอ้อสเตชั่น จำนวนกว่า 1.4 พันยูนิต ของ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท เห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงสะพานพระราม 7 ห้องชุดแบบ 1 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 28 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นยูนิตละ 1.95 ล้านบาท เปิดตัวปลายปี 2557 มียอดขายแล้วกว่า 85% เตรียมเปิดขายห้องชุดที่เหลืออีก 15% สุดท้ายปลายเดือนมิถุนายน 2558

และ 2) โครงการบริกซ์ บางพลัด ของบริษัท มีสไตล์ เอสเตท จำกัด เปิดตัวเดือนมีนาคม 2558 เห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงสะพานกรุงธน จำนวน 560 ยูนิต แบบสตูดิโอพื้นที่ใช้สอย 22 ตารางเมตร ราคายูนิตละ 1.59 ล้านบาท เคลมว่าขายหมด 100%



ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat