|
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คอนโดมิเนียม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คอนโดมิเนียม แสดงบทความทั้งหมด
วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2558
“ชลบุรี” ยังดึงดูดนักลงทุนด้านอสังหาฯ พบแต่ละเดือนมีโครงการขออนุมัติเพียบ
วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2558
คอลลิเออร์สคาดคอนโดฯ พัทยาซึมยาว ยูนิตเหลือขายกว่า 1.8 หมื่นยูนิต
|
วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2558
เอเวอร์แลนด์ฯ ผุด 3 โครงการ มูลค่า 7 พันล.
นายสวิจักร์ โลจายะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเวอร์แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ EVER เปิดเผยว่า ในปี 2558 นี้ บริษัทฯ เตรียมเปิดโครงการใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวม 7,000 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการแนวราบ 2 โครงการ ได้แก่ โครงการบ้านเดี่ยว สุวินทวงศ์ My Home Silver Lake บ้านเดี่ยวขนาด 100 ตารางวา บรรยากาศทะเลสาบ ซึ่งเฟสแรกมีจำนวน 145 หลังคาเรือน มูลค่าโครงการ 750 ล้านบาท ราคาเริ่มต้นที่หลังละ 4.8 ล้านบาท โดยเตรียมเปิดขาย Pre Saleในวันที่ 8-9 สิงหาคมนี้ ทั้งนี้ มีโปรโมชันในวันงานจองซื้อราคาพิเศษ
นอกจากนี้ EVER มีโครงการบ้านเดี่ยว บนถนนหทัยราษฎร์ มูลค่า 300-400 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดตัวปลายปี 2558 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการถมที่ดิน ส่วนอีก 1 โครงการ เป็นโครงการคอนโดมิเนียม ที่สนามบินน้ำ สูง 54 ชั้น ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วงประมาณ 200 เมตร จำนวน 2,000 ยูนิต มูลค่าโครงการ 6,000 ล้านบาท คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างโครงการ 2-3 ปี โดยจะเปิดขายปลายปีนี้
“EVER เตรียมความพร้อมมาระยะเวลาหนึ่งในการลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์เพิ่มเติม ซึ่งแผนปี 58 นี้ มีโปรเจกต์ใหญ่ถึง 3 โครงการ ทั้งบ้านเดี่ยว และคอนโดมิเนียมแนวรถไฟฟ้า มูลค่าโครงการรวมถึง 7 พันล้านบาท โดยเงินลงทุนมาจากเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ และทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ Q4/58 ส่งผลให้ปีนี้รายได้จะเติบโตร้อยละ 20 จากปีก่อน และคาดว่าปีนี้ EVER จะพลิกกลับมามีกำไร” นายสวิจักร์ กล่าว
โครงการ “My Home Silver Lake” อยู่บนถนนสุวินทวงศ์ 78 เดินทางสะดวกเชื่อมต่อถนนรามคำแหง ถนนร่มเกล้า ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ แวดล้อมด้วยห้างสรรพสินค้ามากมาย และโรงพยาบาลชั้นนำ แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 4 แบบ ได้แก่ silver, silver plus, silver grand และ silver prestige หลากหลายฟังก์ชัน เป็นบ้านเดี่ยวบนที่ดินขนาด 100 ตร.วา แบบบ้าน SILVER PLUS ขนาดพื้นที่ใช้สอย 146 ตร.ม. แบบบ้าน SILVER ขนาดพื้นที่ใช้สอย 126 ตร.ม. ในบรรยากาศริมทะเลสาบขนาดใหญ่ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น คอมมูนิตีมอลล์ และคลับเฮาส์
นายสวิจักร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันบริษัทฯ มีโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมโอน คือ โครงการคอนโดมิเนียม My Resort หัวหิน มูลค่า 2,600 ล้านบาท เฟส 1 ขายได้ประมาณ 75% ส่วนเฟส 2 ขายได้แล้วประมาณ 60% โครงการ My Resort หัวหิน มีจุดเด่นตรงที่ติดกับทะเล และมีสวนน้ำในโครงการ ซึ่งได้การตอบรับจากลูกค้าดีมาก โครงการติดริมแม่น้ำ My Resort @ River คอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยา จรัญสนิทวงศ์ 72 สูง 37 ชั้น ราคายูนิตล่ะ 18 ล้านบาท ขายได้แล้ว 60% และโครงการคอนโดมิเนียมเพชรบุรี-อโศก มูลค่า 1,600 ล้านบาท ขายได้แล้ว 90%
Cr.http://manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9580000088323&Keyword=%a4%cd%b9%e2%b4
วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2558
โจทย์หิน "รีเจ็กต์เรต" พุ่ง (1) "พฤกษาฯ-LPN" ผนึกแบงก์ช่วยลูกค้า
ยอดปฏิเสธสินเชื่อหรือ "รีเจ็กต์เรต-Reject Rate" ในยุคเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อช้าลง ทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อซื้อบ้าน-คอนโดมิเนียมมากขึ้น โดยสำรวจพบว่ายอดรีเจ็กต์เรตมีตั้งแต่ 5-35% "ประชาชาติธุรกิจ" เกาะติดความเคลื่อนไหวการปรับตัวของผู้ประกอบการ เพื่อรับมือในช่วงครึ่งปีหลังนี้
"โอภาส ศรีพยัคฆ์" กรรมการผู้จัดการ บมจ.แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ LPN เจ้าตลาดคอนโดมิเนียมตลาดกลาง-ล่างราคา 1-3 ล้านบาท ยอมรับว่า ตลาดคอนโดฯ 1 ล้านบาท แม้จะยังมีดีมานด์ต่อเนื่องและคู่แข่งน้อย แต่สิ่งที่เป็นกังวลที่สุดคืออัตราปฏิเสธสินเชื่อสูงในปัจจุบัน โดยรีเจ็กต์เรตของบริษัท 20% แต่บริหารจัดการหลายอย่างจนกดให้ลดเหลือ 5%
กลยุทธ์ของ LPN มีจุดเน้นที่การสร้างสายสัมพันธ์กับสถาบันการเงิน เพื่อเปลี่ยนทัศนคติของธนาคารให้เห็นข้อดีในการปล่อยกู้ให้กับลูกค้ารายเล็ก กล่าวคือ 1.โอกาสเป็นหนี้เสีย (NPL) ปริมาณสูงในคราวเดียวเกิดขึ้นยากกว่า 2.สร้างโอกาสครอสเซลลิ่ง หรือขายข้ามผลิตภัณฑ์ระหว่างผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ๆ ของธนาคารมีได้มากขึ้น เช่น สินเชื่อพ่วงประกันภัย ประกันชีวิต ฯลฯ
"ทำตลาดล่างต้องไฟต์กับแบงก์ เหนื่อยเหมือนกันกว่าจะมาถึงตรงนี้ได้ เพราะแบงก์มองว่าต้นทุนเปิดลูกค้าต่อหัวมันเท่ากัน จะปล่อยกู้ 20 ล้าน หรือ 5 แสน ต้นทุนก็เท่ากัน เราก็บอกแบงเกอร์ว่าให้มองมุมใหม่ว่า ถ้าลูกค้ากู้ 10 ล้านแล้วเป็นหนี้เสีย อย่าลืมว่าหนี้เสียจะมีก้อนเดียว 10 ล้านทันที แต่ถ้าเงินกู้ 5 แสน ต้องคูณไป 20 คน จึงจะเป็นหนี้เสีย 10 ล้าน"
"โอภาส" แจกแจงด้วยว่า นอกจากนี้ต้องโน้มน้าวในเรื่อง Cross Selling ต้องพยายามคุยให้ธนาคารเปลี่ยนมุมมองให้ได้ สำหรับ LPN เรารู้ว่าลูกค้าอาจจะไม่มีวินัย เวลาเปิดขายโครงการจะจัดให้ลูกค้าเจอธนาคารและยื่นกู้เลย ถ้าพรีแอปพรูฟ หรือยื่นกู้ครั้งแรกผ่านจะยกลูกค้าให้แบงก์ไปดูแล 6 เดือนต่อจากนั้น อย่าให้เป็นหนี้เสียกรณีกู้ไม่ผ่านเพราะติดแบล็กลิสต์ในเครดิตบูโร หรือจากสถาบันการเงินอื่น (เป็นหนี้เยอะ) ก็ต้องยกเลิกการขายไป
ที่น่าสนใจคือ สินเชื่อที่เครดิตลูกค้าที่เกือบ ๆ จะไม่ได้หรือเกือบจะได้ หรือมีปัญหาเรื่องหลักฐานการเงิน ไม่ว่าจะเป็นแม่ค้าพ่อค้าผู้ประกอบอาชีพอิสระ พนักงานขายซึ่งบางทีเงินเดือนไม่ได้เข้าบัญชี มีรายได้รับเป็นเงินสด เป็นกลุ่มที่เวลาขอสินเชื่อมีปัญหามากเพราะไม่มีหลักฐานรายได้ประจำ ภาษีก็ไม่ได้เสีย กลุ่มนี้ถ้าให้ลูกค้าเจอแบงก์ก่อน แบงก์จะแนะนำการสร้างหลักฐาน เช่น การเดินบัญชี (มีเงินเข้า-ออกต่อเนื่องและสม่ำเสมอ) อย่างน้อย 6 เดือน โอกาสที่สินเชื่อผ่านจะมีสูงมาก
"เราเชื่อว่าระยะ 6 เดือนเป็นระยะที่ใช้แก้ปัญหาให้เขาได้ และแก้ได้จริง ก่อนเราทำกระบวนการนี้รีเจ็กต์เรตเคยสูง 20% ตอนนี้เหลือ 5%"
อีกฟาก "เลอศักดิ์ จุลเทศ" รองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท ระบุสั้น ๆ ถึงข้อมูลอัตราปฏิเสธสินเชื่อของพฤกษาฯว่าต่ำลง ปีนี้มีเพียง 5% เทียบจากปี 2557 อยู่ที่ 7% แสดงให้เห็นว่าลูกค้าบริษัทมีคุณภาพมากขึ้น
โดยอัตราลูกค้ากู้ไม่ผ่านต่ำลงเกิดจากพฤกษาฯ ดำเนินนโยบายพรีแอปพรูฟ 3-4 เดือนก่อนวันโอน นอกจากนี้พฤกษาฯยังมีการให้คำแนะนำด้านการเงินแก่ลูกค้าเพื่อให้โอกาสกู้ผ่านมีสูงขึ้น
รวมทั้งเคล็ดลับเกี่ยวกับการจัดทำหลักเกณฑ์ภายในเพื่อวัดระดับโปรไฟล์ลูกค้าว่าจะสามารถเข้าถึงสินค้าระดับราคานั้นๆได้หรือไม่ ส่งผลให้ผลประกอบการครึ่งปีแรก มียอดพรีเซลรวม 24,000 ล้านบาท จากเป้ารวมทั้งปีตั้งไว้ 47,000 ล้านบาท ถือว่าประสบความสำเร็จเพราะตัวเลขเกินครึ่งทางที่วางไว้
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
