วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2558

โจทย์หิน "รีเจ็กต์เรต" พุ่ง (1) "พฤกษาฯ-LPN" ผนึกแบงก์ช่วยลูกค้า

ยอดปฏิเสธสินเชื่อหรือ "รีเจ็กต์เรต-Reject Rate" ในยุคเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อช้าลง ทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อซื้อบ้าน-คอนโดมิเนียมมากขึ้น โดยสำรวจพบว่ายอดรีเจ็กต์เรตมีตั้งแต่ 5-35% "ประชาชาติธุรกิจ" เกาะติดความเคลื่อนไหวการปรับตัวของผู้ประกอบการ เพื่อรับมือในช่วงครึ่งปีหลังนี้



"โอภาส ศรีพยัคฆ์" กรรมการผู้จัดการ บมจ.แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ LPN เจ้าตลาดคอนโดมิเนียมตลาดกลาง-ล่างราคา 1-3 ล้านบาท ยอมรับว่า ตลาดคอนโดฯ 1 ล้านบาท แม้จะยังมีดีมานด์ต่อเนื่องและคู่แข่งน้อย แต่สิ่งที่เป็นกังวลที่สุดคืออัตราปฏิเสธสินเชื่อสูงในปัจจุบัน โดยรีเจ็กต์เรตของบริษัท 20% แต่บริหารจัดการหลายอย่างจนกดให้ลดเหลือ 5%

กลยุทธ์ของ LPN มีจุดเน้นที่การสร้างสายสัมพันธ์กับสถาบันการเงิน เพื่อเปลี่ยนทัศนคติของธนาคารให้เห็นข้อดีในการปล่อยกู้ให้กับลูกค้ารายเล็ก กล่าวคือ 1.โอกาสเป็นหนี้เสีย (NPL) ปริมาณสูงในคราวเดียวเกิดขึ้นยากกว่า 2.สร้างโอกาสครอสเซลลิ่ง หรือขายข้ามผลิตภัณฑ์ระหว่างผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ๆ ของธนาคารมีได้มากขึ้น เช่น สินเชื่อพ่วงประกันภัย ประกันชีวิต ฯลฯ

"ทำตลาดล่างต้องไฟต์กับแบงก์ เหนื่อยเหมือนกันกว่าจะมาถึงตรงนี้ได้ เพราะแบงก์มองว่าต้นทุนเปิดลูกค้าต่อหัวมันเท่ากัน จะปล่อยกู้ 20 ล้าน หรือ 5 แสน ต้นทุนก็เท่ากัน เราก็บอกแบงเกอร์ว่าให้มองมุมใหม่ว่า ถ้าลูกค้ากู้ 10 ล้านแล้วเป็นหนี้เสีย อย่าลืมว่าหนี้เสียจะมีก้อนเดียว 10 ล้านทันที แต่ถ้าเงินกู้ 5 แสน ต้องคูณไป 20 คน จึงจะเป็นหนี้เสีย 10 ล้าน"

"โอภาส" แจกแจงด้วยว่า นอกจากนี้ต้องโน้มน้าวในเรื่อง Cross Selling ต้องพยายามคุยให้ธนาคารเปลี่ยนมุมมองให้ได้ สำหรับ LPN เรารู้ว่าลูกค้าอาจจะไม่มีวินัย เวลาเปิดขายโครงการจะจัดให้ลูกค้าเจอธนาคารและยื่นกู้เลย ถ้าพรีแอปพรูฟ หรือยื่นกู้ครั้งแรกผ่านจะยกลูกค้าให้แบงก์ไปดูแล 6 เดือนต่อจากนั้น อย่าให้เป็นหนี้เสียกรณีกู้ไม่ผ่านเพราะติดแบล็กลิสต์ในเครดิตบูโร หรือจากสถาบันการเงินอื่น (เป็นหนี้เยอะ) ก็ต้องยกเลิกการขายไป

ที่น่าสนใจคือ สินเชื่อที่เครดิตลูกค้าที่เกือบ ๆ จะไม่ได้หรือเกือบจะได้ หรือมีปัญหาเรื่องหลักฐานการเงิน ไม่ว่าจะเป็นแม่ค้าพ่อค้าผู้ประกอบอาชีพอิสระ พนักงานขายซึ่งบางทีเงินเดือนไม่ได้เข้าบัญชี มีรายได้รับเป็นเงินสด เป็นกลุ่มที่เวลาขอสินเชื่อมีปัญหามากเพราะไม่มีหลักฐานรายได้ประจำ ภาษีก็ไม่ได้เสีย กลุ่มนี้ถ้าให้ลูกค้าเจอแบงก์ก่อน แบงก์จะแนะนำการสร้างหลักฐาน เช่น การเดินบัญชี (มีเงินเข้า-ออกต่อเนื่องและสม่ำเสมอ) อย่างน้อย 6 เดือน โอกาสที่สินเชื่อผ่านจะมีสูงมาก

"เราเชื่อว่าระยะ 6 เดือนเป็นระยะที่ใช้แก้ปัญหาให้เขาได้ และแก้ได้จริง ก่อนเราทำกระบวนการนี้รีเจ็กต์เรตเคยสูง 20% ตอนนี้เหลือ 5%"

อีกฟาก "เลอศักดิ์ จุลเทศ" รองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท ระบุสั้น ๆ ถึงข้อมูลอัตราปฏิเสธสินเชื่อของพฤกษาฯว่าต่ำลง ปีนี้มีเพียง 5% เทียบจากปี 2557 อยู่ที่ 7% แสดงให้เห็นว่าลูกค้าบริษัทมีคุณภาพมากขึ้น

โดยอัตราลูกค้ากู้ไม่ผ่านต่ำลงเกิดจากพฤกษาฯ ดำเนินนโยบายพรีแอปพรูฟ 3-4 เดือนก่อนวันโอน นอกจากนี้พฤกษาฯยังมีการให้คำแนะนำด้านการเงินแก่ลูกค้าเพื่อให้โอกาสกู้ผ่านมีสูงขึ้น

รวมทั้งเคล็ดลับเกี่ยวกับการจัดทำหลักเกณฑ์ภายในเพื่อวัดระดับโปรไฟล์ลูกค้าว่าจะสามารถเข้าถึงสินค้าระดับราคานั้นๆได้หรือไม่ ส่งผลให้ผลประกอบการครึ่งปีแรก มียอดพรีเซลรวม 24,000 ล้านบาท จากเป้ารวมทั้งปีตั้งไว้ 47,000 ล้านบาท ถือว่าประสบความสำเร็จเพราะตัวเลขเกินครึ่งทางที่วางไว้


ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ห้ามพลาด! งาน CITI CONDO EXPO ลดกระหน่ำคอนโดกว่า 100 โครงการ 2,000 ยูนิต

มองไปทางไหนก็เห็นแต่คอนโดหรูผุดขึ้นทั่วเมือง ตัวเลือกสำหรับผู้บริโภคก็มีมากและหลากหลายเพิ่มขึ้น แต่ด้วยงบประมาณที่จำกัดจำเขี่ย(สำหรับบางคน) สวนทางกับภาพมโนคติคอนโดในฝัน ที่ต้องใกล้เส้นรถไฟฟ้า วิวสวยงาม เดินทางไปมาสะดวก หรืออยู่ในย่านธุรกิจได้ก็ยิ่งได้เฮสองเด้ง แต่เอ... สเป็กสูงขนาดนี้ กับงบประมาณที่มีอยู่ในมือ มันจะสมดุลกันมั้ย หาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตก็ยังไม่ได้ข้อมูลที่ตรงใจ แถมสร้างความสับสนมากขึ้น เอาล่ะ ทุกกอย่างจะง่ายขึ้น เพราะตอนนี้มีงานที่จะตอบโจทย์คนที่กำลังมองหาคอนโด ชนิดที่เรียกว่างานเดียวครบ! และตอบทุกคำถามคาใจ พร้อมรวบรวมคอนโดบนทำเลเอาไว้กว่า 100 โครงการ 2,000 ยูนิต ทั่วกรุงเทพ ในดีลราคาพิเศษที่หาจากที่ไหนไม่ได้แน่นอน ในงาน CITI CONDO EXPO by BC ซึ่งเปิดซิงจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม – 2 สิงหาคมนี้ ที่ ลานแฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน
สำหรับมือใหม่ที่กำลังมองหาคอนโดเพื่อซื้อลงทุนเก็งกำไร หรืออยู่อาศัย แต่ตัวเลือกและโปรโมชั่นที่ยังไม่โดนใจ งานนี้สามารถตอบโจทย์ได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ภายในงานตั้งอยู่ลานแฟชั่น ชั้น 1 สยามพารากอน แม้พื้นที่จะไม่ใหญ่มาก แต่ก็จัดวางโซนเอาไว้ชัดเจน โดยแบ่งตามราคากำลังซื้อ เรียกว่างบประมาณในใจมีเท่าไหร่ ดิ่งตรงไปโซนนั้นได้ทันที 


แล้วไม่ต้องกลัวว่าจะเอ๋อ หรือทำอะไรไม่ถูก เพราะเจ้าหน้าที่แต่ละโซนเยอะและข้อมูลแน่น มือใหม่รับรองว่าได้ข้อมูลแบบครบถ้วนกระบวนความ ใครที่กำลังงบข้อมูลในมหาสมุทรบนเว็บไซต์ มางานนี้งานเดียว ย่อทุกโครงการทั่วกรุงเทพมาไว้ในงานเดียว โดยโซนในงานแบ่งออกเป็น 4 โซน ดังนี้

โซน งบ 3 ล้านบาท รวมทุกโครงการยอดนิยมที่อยู่ในเส้นรถไฟฟ้า BTS - MRT ลดกระหน่ำตั้งแต่ 100,000-370,000 บาท เช่นแอสปาย สุขุมวิท, แอสปาย สาทร-ตากสิน, 
โซน งบ 5 ล้านบาท สามารถหาซื้อคอนโดดีลราคาพิเศษและเป็นมัลติคอนเนคชั่น ติดทั้งรถไฟฟ้าใต้ดิน, รถไฟฟ้าบนดินและแอร์พอตลิงค์ (ARL) อาทิ ริธึ่ม อโศก (RHYTHM Asoke), ไลฟ์ รัชดาภิเษก (Life Ratchadapisek) ได้ตั้งแต่ราคา 3.5 ล้านบาท ไปจนถึง 7.7 ล้านบาท พร้อมย่านทำเลที่ต้องโดนใจใครหลายๆ คนแน่นอน
โซน งบ 9 ล้านบาท เบส อินเวสเมนต์ เช่น ริธึ่ม สาทร (Rhythm Sathorn), ริธึ่ม สุขุมวิท 36-38 (Rhythm 36-38), ริธึ่ม รางน้ำ (Rhythm Rangnam) และโซนสุดท้าย ซูเปอร์พรีเมี่ยม รวม 24 โครงการระดับไฮเอนด์ของกรุงเทพฯที่มีกำลังซื้อสูง ราคาตั้งแต่ 15.41 ล้าน-51.27 ล้าน อาทิ นิมิต หลังสวน (Nimit Lungsuan), มหานคร (Mahanakorn), เดอะ เทอร์ทีไนน์ สุขุมวิท 39 (The XXXIX Sukhumvit 39) โดยทั้ง 4 โซนถูกแบ่งออกมาเพื่อให้สามารถเลือกสเป็กและงบประมาณได้แบบตรงความต้องการจริงๆ
ไม่เพียงเท่านี้ หากสนใจหรืออยากดูห้อง ก็สามารถไปดูห้องจริงๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจได้ ใครก็ตามที่กำลังมองหาคอนโดราคาโดนๆ ในทำเลดีๆ ที่ต้องการ อย่าชะล่าใจ เพราะหากหมดงาน CITI CONDO EXPO by BC ไปแล้ว โปรโมชั่นแรงๆ ราคาแบบนี้อาจไม่มีให้เห็นแล้วก็ได้

ด้าน ขยล ตันติชาติวัฒน์ ผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพ ซิตี้สมาร์ท จำกัด บริษัทผู้นำที่ปรึกษาด้าน การซื้อ ขาย เช่า และลงทุนอสังหาริมทรัพย์ใจกลางเมืองในเครือเอพี เปิดเผยว่า 

"ไลฟ์สไตล์ผู้อยู่อาศัยทั้ง คนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ต่างให้การยอมรับการอยู่ในเมืองมากขึ้น โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้า ซึ่งกว่า 85% ของคอนโดพร้อมอยู่เป็นเรียลดีมานด์ที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง อีก 15% ลงทุน เพื่อให้เช่า และเพื่อให้สอดรับกับดีมานด์ที่เกิดขึ้นจริงในตลาด บีซี ทุ่มงบกว่า 10 ล้านบาท จัดงาน CITI CONDO EXPO by BC โดยการคัดสรรคอนโดมิเนียมจำนวนกว่า 2,000 ยูนิต จาก 100 โครงการ บนทำเลที่ดีที่สุดจากทั่วกรุงเทพฯ มาให้เลือกซื้อ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของการอยู่อาศัยในเมืองภายใต้สโลแกน ลดทุกยูนิต ต่อติดชีวิตเมือง"
"โดยทุกโครงการที่ บีซี เลือกมาภายในงานนั้น นอกจากเรื่องทำเลซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกที่อยู่อาศัยแล้ว เรื่องงบประมาณก็ยังเป็นโจทย์สำคัญอีกประการหนึ่ง ผมมองว่าคอนโดมิเนียมเป็นทางออกของคนที่ต้องการที่อยู่อาศัยในเมือง และผมเชื่อมั่นว่าถ้าทุกคนได้มาภายในงาน CITI CONDO EXPO by BC จะได้พบข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่คุณต้องการ ว่าโครงการไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์และเหมาะกับงบประมาณในกระเป๋าของคุณมากที่สุด ซึ่งที่นี้เรามีทีมงาน พร็อพเพอร์ตี้ คอนเซาท์แทนท์ (Property Consultant) ที่คอยให้คำปรึกษาเรื่องอสังหาฯ ที่สำคัญทุกคนสามารถตอบคำถามของคุณได้หมดแบบมืออาชีพ และมีเพียงพอต่อผู้เข้าชมงานอย่างแน่นอนครับ" คุณขยล กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับการจัดงาน CITI CONDO EXPO by BC พบคอนโดฮอตบนทำเลฮิตกว่า 100 โครงการ รวม 2,000 ยูนิต จากทั่วกรุงเทพฯ พร้อมโปรโมชั่นสุดแรงแห่งปี ลดทุกยูนิต ต่อติดชีวิตเมือง พร้อมมอบส่วนลดสูงสุดกว่าล้านบาท สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ที่กำหนดรวมมูลค่าสูงสุดในแต่ละวันภายในงาน รับ MacBook Air รุ่น 13 นิ้ว ขนาด 128 GB มูลค่า 34,900 บาท จำนวน 1 เครื่อง หรือเมื่อจองยูนิตรีเซลในงานรับ Paragon Gift Voucher มูลค่าสูงสุด 10,000 บาท และยังมีสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมายจากพันธมิตรทางการเงิน พร้อมร่วมฟังสัมมนาเรื่อง "ซื้อคอนโดอย่างไรไม่ให้เสี่ยง" โดยกูรูอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง "Mr.Oe" จาก Thinkofliving.com ฟรี

อ่านเกม "GOLD" สู่ GOAL ท้าชิงอันดับ 2 บัลลังก์ทาวน์โฮม

สัมภาษณ์
โกลเด้นแลนด์ เรสซิเดนซ์ กรุ๊ป ในเครือ บมจ.แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้หรือ GOLD มีผู้บริหารเลือดใหม่เข้ามาช่วยเติมเต็มทีมงาน ดีกรีอดีตผู้บริหารลูกหม้อของค่ายควอลิตี้เฮ้าส์ ได้รับความไว้วางใจดูแลตลาดทาวน์เฮาส์ ล่าสุดเพิ่งประกาศเป้าหมายไต่เพดานบินจากปัจจุบันอยู่อันดับ 6 ของตาราง ขยับขึ้นสู่อันดับ 2 ภายในปีหน้า "ประชาชาติธุรกิจ" สัมภาษณ์ "คุณจ๊อบ-ภวรัญชน์ อุดมศิริ" ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ในฐานะคีย์แมนผู้ดูแลโปรเจ็กต์ทาวน์โฮมแบรนด์โกลเด้นซีรีส์ทั้งหมดที่มีกว่า 5 แบรนด์


- ตลาดทาวน์โฮมครึ่งปีแรก

ผมดูแลแนวราบ 5 แบรนด์ มีบ้านเดี่ยวแบรนด์โกลเด้น เลเจนด์, โกลเด้น เพรสทีจ และโกลเด้นวิลเลจ สำหรับมิกซ์ยูสคือมีบ้านเดี่ยวผสมทาวน์เฮาส์ ใช้แบรนด์โกลเด้น อเวนิว และตลาดทาวน์เฮาส์เลยก็จะมีโกลเด้นทาวน์

โฟกัสเฉพาะสินค้าทาวน์โฮม ยอดขายปี"57 มี 2,800 ล้านบาท ปีนี้ตั้งเป้าสูงขึ้นเป็น 5,000 ล้านบาท หลังจากเปิดตัวแบรนด์โกลเด้น ทาวน์ ตั้งแต่ปีที่แล้ว มี 4 โครงการ ปิดยอดขาย 70-80% ถือว่าผลตอบรับดี ปีนี้มีแผนเปิดตัวใหม่อีก 8 โครงการ ช่วงครึ่งปีแรกเปิดแล้ว 2 ทำเล ที่สุขสวัสดิ์-พุทธบูชา ยอดขาย 90% ทำเลที่ 3 งามวงศ์วาน-ประชาชื่น จองเต็มแล้ว 100%

ภาพรวมทาวน์โฮม ถ้าวัดจากยอดโอนกรรมสิทธิ์ 5 ไตรมาสที่ผ่านมา(Q1/57-Q1/58) จะเห็นว่าอยู่ในเทรนด์ขาลง ดูจาก Q1/57 มียอดโอนมูลค่า 4.2 หมื่นล้านบาท ลดลงมาตลอด ล่าสุด Q1/58 เหลือ 3.1 หมื่นล้านบาท แต่โกลด์มองว่าเราสามารถดึงส่วนแบ่งตลาดทาวน์โฮมมาได้ เพราะมีความเชี่ยวชาญโปรดักต์และรู้จักลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างดี ผลงานก็ยืนยันอย่างนั้นเพราะทำรายได้สวนกระแสตลาด

กลยุทธ์พัฒนาโครงการของบริษัท เน้นทำเล บางโครงการแม้จะอยู่ในซอยแคบ แต่ต้องเข้า-ออกได้หลายทาง ราคาสมเหตุสมผลลูกค้าเข้าถึงได้ ที่สำคัญคือมีฟังก์ชั่นมากกว่าคู่แข่ง เช่น ออกแบบบ้านให้มี 4 ห้องนอน การลงเสาเข็มพื้นหลังบ้าน รองรับลูกค้าอยู่อาศัยแล้วมักจะต่อเติมครัวไทยอยู่หลังบ้าน เราก็ทำเตรียมไว้ให้เลย เพิ่มฟังก์ชั่นห้องพระ ผมมั่นใจว่าเป็นจุดขายใหม่ และน่าจะมีส่วนสำคัญที่ทำให้ทำเลงามวงศ์วาน-ประชาชื่น ปิดการขายได้ภายในวันเดียว (ยิ้ม)

ความสำเร็จโกลเด้นทาวน์ วัดได้จากสถิติ สิ้นปี"57 มียอดโอน 1,458 ล้านบาทเป็นอันดับ 6 ของตลาด ล่าสุดไตรมาส 1/58 มียอดโอน 624 ล้านบาท ขยับขึ้นเป็นอันดับ 4 ดังนั้นปี 2559 เชื่อว่าจะสามารถเติบโตขึ้นเป็นอันดับ 2 ได้ โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ 5,000 ล้านบาท เป็นรองเพียงบริษัทพฤกษาฯ ซึ่งถือเป็นผู้นำตลาดเพราะทำโปรดักต์ทาวน์เฮาส์มานาน 20 ปี

- แนวโน้มครึ่งปีหลัง

มองในภาพรวม เศรษฐกิจภาพใหญ่เป็นตัวแปรหลัก การปรับลดคาดการณ์การขยายตัวเศรษฐกิจหรือจีดีพีประเทศของหลายสำนักวิเคราะห์จนเหลือประมาณ 3.5% ณ ตอนช่วงกลางปี ยังไม่แน่ว่าถึงช่วงปลายปีจะดีขึ้นหรือแย่ลง แต่มองจากประสบการณ์ยังไม่เห็นปัจจัยที่จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ผู้ประกอบการน่าจะต้องทำธุรกิจแบบประคองตัว เพราะกังวลว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะซึมลงเรื่อย ๆ

ยิ่งไตรมาส 3/58 มองแนวโน้มว่าจะตกต่ำลง เพราะปีนี้มีปัญหาภัยแล้งเป็นประเด็นใหญ่ การหมุนเวียนของวงจรเศรษฐกิจสะดุดลง และคนห่วงเรื่องไม่มีน้ำประปาใช้ มองว่าการตัดสินใจซื้อบ้านน่าจะเกิดความเชื่อมโยงกับเรื่องนี้ ในฝั่งผู้ประกอบการน่าจะแข่งขันกันรุนแรง แนวโน้มโปรโมชั่นจะเป็นสิทธิประโยชน์ด้านการเงิน เช่น ฟรีค่าโอน ค่าจดจำนอง ฟรีค่าส่วนกลาง อยู่ฟรี 1 ปี เพราะลูกค้าขาดสภาพคล่อง

ถามผมว่าอยากจะแนะนำรัฐบาลอะไรบ้าง หากจะมีมาตรการกระตุ้นอสังหาฯได้ก็น่าจะดี เช่น ลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนอง ช่วยได้เยอะมากสำหรับผู้บริโภคตลาดกลาง-ล่าง


ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

5 บิ๊กแบรนด์...ผ่าครึ่งปีหลัง ปีทองผู้บริโภค-ช็อปคอนโดฯต้นทุนเดิม

เลาะขอบเวทีสัมมนา "ผ่ากลยุทธ์กระตุ้นตลาดคอนโดปี 2558" จัดโดยสมาคมอาคารชุดไทย เมื่อเร็ว ๆ นี้ รวบรวมกูรูวงการอสังหาริมทรัพย์ 5 ค่าย ได้แก่ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท, บมจ.แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ LPN, บมจ.เอพี (ไทยแลนด์), บมจ.อนันดา ดีเวลอปเมนท์และ บมจ.ศุภาลัย ครองส่วนแบ่งตลาดคอนโดมิเนียมรวมกัน 35% มาช่วยกันแจมมุมมองแนวโน้มครึ่งปีหลัง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในปัจจุบัน



ครึ่งปีแรกโตระเบิด 72%

"ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต" ผู้บริหารจากค่ายพฤกษา เรียลเอสเตท ในฐานะนายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ภาพรวมตลาดคอนโดฯครึ่งปีแรก มีมูลค่าตลาดรวม 1 แสนล้านบาท เติบโตถึง 72% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ประมาณการปีนี้ทั้งปีโต 27% มูลค่า 1.8 แสนล้านบาท

โดยมีข้อมูลเชิงลึกคือ มูลค่าเติบโตที่ต้องจับตามาจากกลุ่มกำลังซื้อระดับบน ราคาเกิน 5 ล้านบาท/ยูนิต มีซัพพลายเข้ามาเพิ่มสูง คิดเป็นสัดส่วน 54% ของยอดเปิดตัวใหม่ ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มคอนโดฯมูลค่าเกินยูนิตละ 10 ล้านบาท สัดส่วนถึง 31% สะท้อนว่าปีนี้บริษัทผู้พัฒนาโครงการหันมาจับตลาดไฮเอนด์มากขึ้น เพราะมองเห็นเทรนด์ความต้องการอยู่อาศัยใกล้ชิดระบบราง ใกล้ใจกลางเมืองได้รับความนิยมมากขึ้น

ภาวะขายดีกำลังซ้อนเป็นภาพเดียวกันกับบิ๊กแบรนด์ "แข่งกันขาย" นำไปสู่ข้อกังวลของสมาคม เนื่องจากสถิติห้องชุดเปิดตัวใหม่กำลังฟ้องว่า ราคา ตร.ม.ละ 2-3 แสนบาทมาแรงสุด ในขณะที่ลูกค้าเศรษฐีก็มีจำกัด เพราะคอนโดฯที่จองซื้อวันนี้กว่าจะสร้างและโอนคือปี 2560 โจทย์ใหญ่คือทำยังไงไม่ให้เกิดปัญหาฟองสบู่ในกลุ่มคอนโดฯราคาแพงในอนาคต

เอพีงัด 3 สูตรคุมเก็งกำไร

"วิทการ จันทวิมล" ผู้บริหารค่ายเอพี(ไทยแลนด์) บริษัทที่เพิ่งประสบความสำเร็จกวาดยอดขายคอนโดฯ 1 หมื่นล้านบาท ในช่วง 2-3 สัปดาห์ จากแคมเปญ 1 ก้าวถึงรถไฟฟ้า มาบอกเล่าว่า กลยุทธ์ที่เอพีฯทำ

มี 3 เรื่อง 1.การเลือกทำเล คัมภีร์อสังหาริมทรัพย์ที่บอกว่า "ทำเล ทำเล ทำเล" อย่างเดียวไม่พอ จะต้องเป็น "ทำเลเหนือทำเล" เช่น โซนสุขุมวิท แม้จะเป็นไพรมแอเรีย แต่ไม่ได้หมายความว่าตลอดเส้นถนน

จะลงทุนคอนโดฯไฮเอนด์ได้ทุกจุด เป็นต้น

2.การตั้งราคา จุดเน้นคือจะต้องทำให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายสามารถซื้อได้ (Affordable)ยกตัวอย่าง คอนโดฯไลฟ์ อโศก ราคาตลาดตร.ม.ละ 1.4-1.5 แสนบาท แต่บริษัทเลือกที่จะขาย ตร.ม.ละ 1.2 แสนบาท เป็นต้น 3.เทคนิคการขาย จุดเน้นคือควบคุมนักเก็งกำไรไม่ให้เข้ามามากเกินไป เช่น คุมไม่ให้ลูกค้า 1 คนซื้อเกิน 2-4 ยูนิต ถ้าเป็นรายเดิมวนมาซื้อหลายรอบก็จะถูกตัดสิทธิ์ เป็นต้น

"ทั้งหมดนี้เป็น 3 สูตรที่เราพยายามย้ำกับทีมงาน เพราะในสถานการณ์แบบนี้เราควรบริหารความเสี่ยง ไม่ให้คนถือสต๊อกเยอะและเก็งกำไร เพราะวันนี้ขายห้องหมดไม่ใช่ว่าจะซักเซส ต้องไปดูวันโอนกรรมสิทธิ์ในอนาคตด้วย"

ศุภาลัยชี้ปีทองผู้บริโภค

"ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม" ผู้บริหารค่ายศุภาลัย เปิดมุมมองในฐานะเจ้าตลาดต่างจังหวัดทั้งแนวราบและแนวสูงว่า ภาพรวมอสังหาฯปีนี้ไม่ได้แย่อย่างที่ทุกคนบอก ไม่ว่าจะเป็นกระแสข่าวหนี้ครัวเรือนสูง รถไฟฟ้าชะลอเปิดบริการ ฯลฯ โดยยอดขายโครงการในต่างจังหวัดครึ่งปีแรก 2558 ยังบวก 10% รายได้บริษัทบวก 75% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ยืนยันว่าตลาดไม่ได้แย่ขนาดนั้น แต่...ก็ไม่ได้ดีเหมือนกันทุกคน

มีการตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ตลาดสินเชื่อบ้านประเทศไทยกลับด้านเมื่อเทียบในต่างประเทศ ซึ่งใช้ระบบให้ลูกค้าแอปพรูฟสินเชื่อก่อนจะซื้อบ้าน ขณะที่เมืองไทยและอีกไม่กี่ประเทศในโลก ตัวสินเชื่อบ้านจะทำก่อนโอนกรรมสิทธิ์ 1 เดือน เท่ากับให้ผู้ซื้อผ่อนงวดเงินดาวน์บนความเสี่ยงว่าสินเชื่อตอนโอนจะผ่านการอนุมัติหรือไม่ ที่สำคัญทำให้เกิดตลาดเก็งกำไรโดยปริยาย

อย่างไรก็ตาม "ไตรเตชะ" ส่งสัญญาณถึงผู้บริโภคว่า ปีนี้มีปัจจัยบวกจากอัตราดอกเบี้ยต่ำ ทำให้ลูกค้ากลุ่มตลาดกลาง-ล่างสามารถเข้าถึงราคาคอนโดฯ 1-2 ล้านได้มากขึ้น ในขณะที่ยังมีตัวช่วยอื่น ๆ อีกเช่น ภาวะการแข่งขันสูง ต้นทุนวัสดุ-แรงงานยังไม่ปรับขึ้น และยังไม่ถูกเมกะโปรเจ็กต์ภาครัฐแย่งตัว ราคาอสังหาฯจึงเป็นราคาต้นทุนเดิม

"ปีนี้เป็นปีทองผู้บริโภคอย่างแท้จริง เศรษฐกิจอย่างทุกวันนี้ ผมอยากขึ้นราคาก็ขึ้นไม่ได้ การขายก็เป็นราคาต้นทุนเดิม ค่าก่อสร้างปรับลดลงด้วยซ้ำ ปีนี้ผมมีรับเหมาในมือมากกว่า 18 เดือนที่แล้วถึง 100% กลายเป็นว่าปัญหาคือมีผู้รับเหมามากเกินไป"

อนันดาฯมุ่งลูกค้าเจน C

"ชานนท์ เรืองกฤตยา" ผู้บริหารค่ายอนันดาฯ นำเสนอกลยุทธ์ที่น่าสนใจ บอกว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายคำนิยามของบริษัท คือ "เจน ซี" Gen C หมายถึง สะดวกสบาย (Convenient) หาลูกค้าตัวจริงให้เจอ ตอบโจทย์ให้ครบ ยอดขายและแบรนด์ลอยัลตี้จะไม่ไปไหนแน่นอน

ประสบการณ์คือตอนเข้าตลาดเมื่อปี 2540 วิกฤตต้มยำกุ้ง เริ่มจับตลาดคอนโดฯราคา 2 ล้านบาทบวกลบ บนเกมที่เลือกจะเล่นต่อ โจทย์คือการใช้รถไฟฟ้ามีจริงหรือไม่ คำตอบคือใช่ พฤติกรรมลูกค้าเลือกซื้อโครงการในทำเลทางด่วน โครงข่ายรถไฟฟ้า และเป็น Norm ใหม่ของความต้องการผู้บริโภคยุคปัจจุบัน

"เจน C มุมมองของผม พยายามกลับมามองว่า อนาคตแต่ละกลุ่มลูกค้าจะมีความยาก เราพยายามสะท้อนความต้องการผู้บริโภคให้ชัดเจนจริง ๆ ตลาดเบสิกผมไม่เล่นแล้วนะ จะเริ่มปรับกลยุทธ์มาทางตลาดที่จะตอบสนองความต้องการเฉพาะเจาะจง เป็นนิชมาร์เก็ต และเมื่อเราทำตลาดนิช เราก็จะไม่ทำแมสอีเวนต์แล้วนะเท่ากับเซฟคอสต์ได้อีก..."

LPN ห่วงแบงก์คุมสินเชื่อ

"โอภาส ศรีพยัคฆ์" ผู้บริหารค่าย LPN บริษัทที่มีฉายาเจ้าพ่อคอนโดฯกลาง-ล่าง กล่าวว่า ตลาดคอนโดฯ 1 ล้านบาท ที่ชะลอตัวไปช่วงเดือน พ.ย. 57-ก.พ. 58 จากสถานการณ์หนี้ครัวเรือนสูง ทำให้กำลังซื้อชะลอตัว เรียกว่ายอดขายหายไปครึ่งหนึ่ง ตัวเลขค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้นเป็นลำดับ

"...เหมือนกับผู้บริโภคกำลังชั่งใจ 4 เดือนมานี้ ผู้บริโภคกำลังรออะไรบางอย่าง สัญญาณบวกเริ่มกลับมาหลังเดือน มิ.ย.ที่ยอดขายกลับมาเป็นปกติ สัปดาห์เฉลี่ย 300 ล้าน"

ดังนั้นเชื่อว่าดีมานด์ตลาดล่างยังมีต่อเนื่องแต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคืออัตราปฏิเสธสินเชื่อ จะต้องมีมาตรการดูแลลูกค้าเป็นพิเศษ เช่น ทำพรีแอปพรูฟล่วงหน้า 6 เดือน เพื่อให้ลูกค้ามีเวลาแก้ไขการเงินกรณีรายที่มีแนวโน้มกู้ไม่ผ่าน

"ในการทำธุรกิจ ไม่ว่าช่วงเวลาที่แย่ที่สุดหรือดีที่สุด มีโอกาสอยู่เสมอ เวลาดีสุดมีช่องว่างเสมอ เวลาแย่สุดก็มีโอกาสเช่นกัน"

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

"ประจิน" โอเคเช่า 99 ปีที่ดินมักกะสัน เร่ง "คลัง" จ่ายเงินล้างหนี้ 6 หมื่นล้าน


มีข้อสรุปจากเจ้ากระทรวงการคลัง "สมหมาย ภาษี" มติเป็นเอกฉันท์ ให้ "กรมธนารักษ์" หน่วยงานภายใต้สังกัด เช่าที่ดินย่านมักกะสัน 497 ไร่ เป็นระยะเวลา 99 ปี เพื่อปลดแอกหนี้ของ "ร.ฟ.ท.-การรถไฟแห่งประเทศไทย" จำนวน 6.2 หมื่นล้านบาท จากทั้งก้อน 8 หมื่นล้านบาท

รอฟังคำตอบจาก "พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง" เจ้ากระทรวงคมนาคม จะโอเค หรือเซย์โน ก่อนเสนอให้ "คนร.-คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ" หรือซูเปอร์บอร์ดเคาะอีกครั้งต้นเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติต่อไป

หากไม่มีอะไรมาแทรกกลางคัน "เจ้ากระทรวงการคลัง" คาดหวังจะเดินหน้าโครงการได้ทันทีหลัง ครม.ไฟเขียว โดยมีแผนนำที่ดินแปลงนี้เปิดให้เอกชนเข้าร่วมประมูล อย่างเร็วปลายปีนี้หรืออย่างช้าต้นปีหน้า

ภายใต้พิมพ์เขียวที่ "คสช.-คณะรักษาความสงบแห่งชาติ" กำหนดรูปแบบการพัฒนาโครงการ เป็นพื้นที่สวนสาธารณะ 150 ไร่ พิพิธภัณฑ์ 30 ไร่ เชิงพาณิชย์ 317 ไร่ โดยการพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์ จะพัฒนาเป็น 2 เฟส เฟสแรก 140 ไร่

ล่าสุด "พล.อ.อ.ประจิน" กล่าวว่า ตอบตกลงกระทรวงการคลังที่หารือถึงแนวทางการเช่าที่ดินมักกะสันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเห็นด้วยที่กระทรวงการคลังจะให้กรมธนารักษ์เช่าที่ดินมักกะสันเป็นระยะเวลา 99 ปี เพื่อแลกหนี้ของ ร.ฟ.ท.จำนวนกว่า 6 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่ ร.ฟ.ท.เสนอให้เช่าเป็นระยะเวลา 60 ปี คือ ระยะแรก 30 ปี และต่อได้อีก 30 ปี

"ได้รับการประสานจากกระทรวงการคลังและตอบตกลงแล้ว สำหรับราคาประเมินที่เสนอมาต่ำสุดอยู่ที่ 6.1 หมื่นล้านบาท และมากสุดไม่เกิน 6.7 หมื่นล้านบาท เราคาดว่าทางกระทรวงการคลังให้ในราคาต่ำสุด โดยน่าจะได้มากกว่า 6.1หมื่นล้านบาทเล็กน้อย ก็ถือว่าเป็นที่พอใจแล้ว ส่วนหนี้ที่เหลือดำเนินการอย่างไรนั้นยังไม่มีการหารือ จะนำที่ดินแปลงอื่นเพิ่มเติมในขณะนี้"

พล.อ.อ.ประจินกล่าวย้ำว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ทางกระทรวงการคลังเป็นผู้ดำเนินการนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมซูเปอร์บอร์ดและคณะรัฐมนตรีอนุมัติต่อไป อย่างไรก็ตาม อยากจะขอให้กระทรวงการคลังเร่งทำรายละเอียดการชำระเงินให้กับ ร.ฟ.ท.ตามที่กำหนดกันไว้โดยเร็ว

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ศก.อัมพาตคนกรุงเบี้ยวจ่ายภาษี9พันราย หอพัก-อพาร์ตเมนต์นำโด่ง"กทม."สแกนยิบล่ารายได้6หมื่นล้าน

เศรษฐกิจซบเซาหนัก คนกรุงเบี้ยวจ่ายภาษีพุ่งกว่า 8.6 พันราย กว่า 410 ล้าน เผยธุรกิจอพาร์ตเมนต์ หอพัก โรงเรียนมากสุด กทม.กุมขมับ หวั่นจัดเก็บรายได้ 3 ภาษี โรงเรือน-ที่ดิน บำรุงท้องที่ และป้ายไม่เข้าเป้า 6.5 หมื่นล้านหลังยอดจัดเก็บ 10 เดือนยังติดลบเล็งรีดภาษีใหม่เพิ่ม ดีเดย์ ต.ค.นี้เก็บภาษีน้ำมัน 800 ปั๊ม 50 สตางค์/ลิตร ปี"59 เตรียมใช้แผนที่ภาษีมาสแกนทุกตารางนิ้ว หวังเก็บรายได้เพิ่ม หาเงิน 7 หมื่นล้านลงทุนโครงการปีหน้า สร้างสารพัดโครงการ ทั้งรถไฟฟ้าโมโนเรล อุโมงค์น้ำยักษ์ และถนน
นางสมรรัตน์ อรรถนิตย์ ผู้อำนวยการกองรายได้ สำนักการคลัง กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ปีงบประมาณ 2558 กทม.ได้ตั้งเป้ารายรับไว้จำนวน 65,000 ล้านบาท ขณะนี้ได้มีการจัดเก็บไปแล้วประมาณ 90% หรือประมาณกว่า 57,000 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถเร่งรัดการเก็บได้ครบ 100% ก่อนหมดปีงบประมาณ 2558 ยังเหลือเวลาอีก 2 เดือนนับจากนี้ 


เบี้ยวจ่ายภาษีพุ่งกว่า 8 พันราย

อย่างไรก็ตาม จากภาวะเศรษฐกิจไม่ค่อยดีทำให้การจัดเก็บรายได้ในช่วงที่ผ่านมาของ กทม.ต่ำกว่าเป้า โดยสะท้อนจากการจัดเก็บภาษี โดยพบว่าสถิติการจัดเก็บรายได้ 3 ภาษี ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2557-วันที่ 30 มิถุนายน 2558 ประกอบด้วย 1.ภาษีโรงเรือนและที่ดินจัดเก็บได้ 9,356.24 ล้านบาท ต่ำจากเป้ากำหนด 11,132 ล้านบาท อยู่ประมาณ 15.95% 2.ภาษีบำรุงท้องที่จัดเก็บได้ 118.04 ล้านบาท ต่ำจากเป้ากำหนด 133 ล้านบาท อยู่ประมาณ 11.25% และ 3.ภาษีป้ายจัดเก็บได้ 709.68 ล้านบาท ต่ำจากเป้ากำหนด 783.5 ล้านบาท อยู่ประมาณ 9.42%

ผู้อำนวยการกองรายได้กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังพบว่าปีนี้มีผู้ไม่มาชำระภาษีมากขึ้น ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาปรากฏว่ามีจำนวนลูกหนี้ค้างชำระอยู่หลายรายในแต่ละสำนักงานเขตเนื่องจากปัญหาภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจนทำให้ประชาชนขาดสภาพคล่องจำนวนรวม 8,691 ราย คิดเป็นจำนวนเงิน 410.77 ล้านบาท

ธุรกิจอพาร์ตเมนต์-หอพักมากสุด

แบ่งเป็นภาษีโรงเรือนและที่ดินจำนวน 2,267 ราย จำนวนเงิน 393.42 ล้านบาท ภาษีบำรุงท้องที่จำนวน 6,334 ราย จำนวนเงิน 3.09 ล้านบาท และภาษีป้ายจำนวน 81 ราย จำนวนเงิน 14.26 ล้านบาท โดยธุรกิจส่วนใหญ่ที่ค้างชำระ อาทิ ธุรกิจอพาร์ตเมนต์ หอพัก โรงเรียน เป็นต้น

สำหรับพื้นที่เขตมีการจัดเก็บภาษีได้มากที่สุด 10 ลำดับแรก ได้แก่ 1.เขตวัฒนา จำนวนกว่า 652 ล้านบาท 2.เขตลาดกระบัง 295 ล้านบาท 3.เขตพระนคร 197 ล้านบาท 4.เขตบางกอกน้อย 152 ล้านบาท 5.เขตมีนบุรี 144 ล้านบาท 6.เขตบางพลัด 129 ล้านบาท 7.เขตราษฎร์บูรณะ 102 ล้านบาท 8.เขตดุสิต 85 ล้านบาท 9.เขตหนองจอก 62 ล้านบาท และ 10.เขตทวีวัฒนา 41 ล้านบาท

ปีหน้าใช้แผนที่มาสแกนภาษี

ด้านนายกฤษฎา ศิริพิบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักการคลัง เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2559 กทม.มีโครงการจะจัดทำแผนที่ภาษีเพื่อให้การจัดเก็บภาษีครบถ้วนและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงนำมาเป็นข้อมูลเพื่อจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน เนื่องจากแผนที่ภาษีจะมีการลงรายละเอียดว่าพื้นที่ไหนที่มีการจัดเก็บภาษีไปแล้วและเป็นจำนวนเท่าไหร่ โดย กทม.จะประสานไปยังกรมที่ดินเพื่อขอรายละเอียดโฉนดที่ดิน แล้วนำพื้นที่ที่ต้องการเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดินใส่ลงไปในแผนที่

"พื้นที่ไหนหากมีการจัดเก็บแล้วก็จะเป็นสีแดง ยังไม่ได้จัดเก็บก็จะเป็นสีเหลือง จะมีความสอดคล้องกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของรัฐบาลที่มีนโยบายจะจัดเก็บด้วย"

รีดภาษีเพิ่ม-ประเดิมน้ำมันต.ค.นี้

นายกฤษฎากล่าวต่อว่ามีแนวโน้มปีนี้การจัดเก็บรายได้ของกทม.จะไม่เข้าเป้า 65,000 ล้านบาท เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไม่ค่อยดีทำให้การจัดเก็บภาษีต่าง ๆ ลดลง ทั้งนี้ได้เร่งรัดให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขตจัดเก็บภาษีให้ครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงเพิ่มการจัดเก็บรายได้และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ให้มากขึ้น และเพื่อเป็นการเพิ่มรายได้มากขึ้น จะมีการจัดเก็บภาษีใหม่เพิ่มคือภาษีน้ำมันและก๊าซปิโตรเลียมในอัตรา 5 สตางค์ต่อลิตร จากสถานประกอบการค้าปลีก จำนวน 800 แห่ง จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 400-500 ล้านบาทต่อปี และยังมีการจัดเก็บค่าที่จอดรถยนต์ที่สาธารณะด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับงบประมาณปี 2559 กทม.ได้ยื่นเสนอขอจัดสรรงบประมาณต่อสภาไว้จำนวน 70,700 ล้านบาท มากกว่าปีงบประมาณปี 2558 ประมาณ 5,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาอนุมัติจากสภา กทม. คาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 28 สิงหาคมนี้ โดยแบ่งเป็นงบประมาณสำหรับดำเนินการจำนวน 53,000 ล้านบาท และงบลงทุนจำนวน 17,000 ล้านบาท

เร่งลงทุนโมโนเรล-อุโมงค์ยักษ์ 

โดยแผนงานโครงการใหม่ที่สำคัญคือโครงการรถไฟฟ้ารางเดี่ยว(โมโนเรล) สายสีเทาระยะแรก ช่วงวัชรพล-ลาดพร้าว-ทองหล่อ และเส้นทางบางนา-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, โครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำจากบึงหนองบอนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา, โครงการก่อสร้างถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า เป็นต้น

สำหรับหน่วยงานที่ได้รับจัดสรรงบประมาณมากที่สุดใน 5 ลำดับแรก คือ 1.สำนักการระบายน้ำ จำนวน 8,700 ล้านบาท 2.สำนักสิ่งแวดล้อม จำนวน 8,400 ล้านบาท 3.สำนักการโยธา จำนวน 5,400 ล้านบาท 4.สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) จำนวน 4,320 ล้านบาท และ 5.สำนักการคลัง จำนวน 3,430 ล้านบาท

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2558

สัมมากรจัดโปรโมชัน หวังขยับยอดขายคอนโด "S9" ทำเลบางใหญ่ อีก 10%

นายกิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คอนโดมิเนียม S9 (เอสเก้า) ของบริษัทฯ ซึ่งเปิดพรีเซลไปเมื่อเดือน พ.ย.56 ขณะนี้มียอดขายแล้ว 70% ของโครงการ และพร้อมโอนภายในไตรมาส 3 ปีนี้ คาดว่าจะสามารถเพิ่มยอดขายเป็น 80% ภายในสิ้นปี และหลังจากรถไฟฟ้าสายสีม่วงเปิดให้บริการ น่าจะปรับเพิ่มราคาขายได้อีก 5%

โดยคอนโดมิเนียม S9 เป็นโครงการแบบโลว์ไรซ์ 8 ชั้น ทำเลในซอยป่าไม้อุทิศ ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีม่วงสถานีบางรักใหญ่ 100 เมตร สามารถเข้าออกได้ 2 ทางคือ ถ.รัตนาธิเบศร์ กับ ถ.ราชพฤกษ์ และห่างจากเซ็นทรัล เวสต์เกต 3 สถานี โครงการมีพื้นที่ 6 ไร่ ออกแบบแบ่งเป็น 4 อาคาร รวม 655 ยูนิต ที่จอดรถ 202 คัน มีสระว่ายน้ำขนาด 25 เมตร มูลค่าโครงการ 1,100 ล้านบาท


แบบห้องมี 4 แบบ คือ แบบสตูดิโอ 25 ตร.ม., แบบ 1 ห้องนอน 27.5 ตร.ม., แบบ 1 ห้องนอน 34.65 ตร.ม. และแบบ 2 ห้องนอน 45.55 ตร.ม. แต่ขณะนี้ยังคงมีจำหน่ายเพียง 2 แบบ คือแบบสตูดิโอ และ 1 ห้องนอน 27.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.5 ล้านบาท เฉลี่ย 6-7 หมื่นบาท/ตร.ม.

สัมมากรจัดโปรโมชันสำหรับลูกค้าจองซื้อวันนี้-31 ส.ค. 58 แถมฟรีเครื่องปรับอากาศ 2 เครื่อง, ตู้เย็น, ไมโครเวฟ, เครื่องทำน้ำอุ่น, เครื่องซักผ้า สำหรับแบบ 1 ห้องนอน 27.5 ตร.ม. เพิ่มทีวีสีขนาด 32 นิ้ว


Cr.http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1438067926